[SF]>>Woolgathering>>2nd [Zhou x Hen]

posted on 21 Nov 2011 22:58 by jolynn in ShortFiction
Title: Woolgathering 

Author: Kurodo 

Couple: Zhoumi x Henry 

Rating: คริคริคริ 

Genre: เนื้อเรื่องชักจะคล้องกะชื่อมากเกินไปแระ 



>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>> 
 
 
 
 
2nd .. 





“เฮ้ย โจวมี่ มึงเป็นไร?” 


“กูกะน้องแยกทางกันแล้ว” 


“เฮ้ย!! นี่มึงเดินไหวไม๊? ใจเย็น” ผมพยามบังคับขาทั้ง 2 ข้างให้ก้าวไปตามจังหวะการลากของคยูฮยอนกับชีวอน สองสหายที่นั่งกระดิกหางกระดิกหูรอผมอยู่หน้าประตู พอเจอผมในสภาพอ่อนแรง ง่อยเปลี้ย เสียขา เสียเมียเข้าไปมันก็ทำหน้าที่เพื่อนที่ดีฉุดลากผมเข้ามานั่งหน้าแคนทีนแบบไม่กลัวเพื่อนที่สภาพจิตใจผุพังคนนี้เจ็บปวดเลย 


สาดดดดดดดดดดดดด......... 





“นี่ผีบ้าอะไรเข้าสิงให้มึงกล้าบอกรักให้น้องปฏิเสธวะ เวร อยู่ดีไม่ว่าดี” ผมส่ายหน้าพรืด ไม่ใช่ว่าไม่รู้ว่าผีตัวไหน แต่ผมยังไม่ได้อุกอาจเอ่ยถ้อยคำศักดิ์สิทธ์แห่งรักของเราของเราออกไปต่างหาก 


“อ้าว แล้วมึงบอกเลิกกะน้องแล้ว แยกกะน้อง หมายควายว่าไงครับ?” 


“ก็เมื่อกี๊กูกับทูนหัวเดินสวีทกันมา อยู่ดีๆ เบ่บี๋กูก็โดนเรียววุคฉกตัวไป กูเลยต้องยอมตัดใจเดินแยกทางจากสุดสวาทมาเนี่ย” 


เพื่อนชั่วมันพากันถอนใจยาว ทิ้งแขนที่ประคองออก ห่อย นี่พวงมึงมิเห็นในใจกูบ้างเลยหรือ 





“แล้วเป็นไงมั่ง แผนที่ให้คิด” 


“ยังมิคืบหน้า แหม พ่อเจ้าพระคุณ ออกไปเสวยสุขกะเมียสองต่อสอง ยังจะมีหน้ามามาแบมือขอแผนจากพวกกูๆ ที่นอนเหี่ยวรออยู่อีก ต้องให้ด่ามิครับว่าหน้าด้านมาก” ได้ข่าวว่ามึงด่ากูแล้วนะครับท่านชีวอน โชคดีของมันที่ผมอารมณ์ดีหลังจากได้ไปเดทกับสุดสวาท มิเช่นนั้นมีเถียงกลับแน่ครับพี่น้อง 


“ไม่เถียงเยี่ยงนี้ แสดงว่าได้มากกว่าเสีย ไหนบอกกูซิว่าไอ้เดทกำมะลอของมึงเนี่ยเป็นเยียงไร?” 


“ขอกูแดกน้ำแดกท่าก่อนได้ไม๊ครับเพื่อน รู้ไม๊ว่ากูต้องใช้พลังตัว พลังใจไปมากเท่าไหร่กว่าจะมายืนหล่อต่อหน้ามึงสองคนได้เนี่ย” มันถอนใจยาว แต่ก็ยอมปล่อยให้ผมถลาไปค้นมินิบาร์ ตู้เย็นใบเย็นที่ทางโรงแรมเตรียมเอาไว้ให้ 





ตอนแรกก็ว่าจะกินน้ำแร่ธรรมดา แต่ดูจากเรี่ยวแรงที่สูญเสียไปแล้วต้องเครื่องดื่มบำรุงกำลัง(แบบที่ไอ้เจ้าชายมันชอบกินคลุกข้าวนั่นแหละครับ)ถึงจะอยู่ 


เรื่องของผมกับน้องน่ะที่จริงผมก็มิค่อยอยากจะเล่าหรอก อยากเก็บเอาไว้เป็นความทรงจำอันแสนหวานของผมกับน้องแค่ 2 คน แต่เดี๋ยวท่าน(และพวกมัน)จะหาว่าเอาเปรียบผู้บริโภค เพราะงั้นรอผมกระดก M 150 (ช่างเป็นเครื่องดื่มที่เหมาะกะโปรเจคกูเสียจริง) ซักขวดก่อนเนะ 


“รีบๆ แดกซะ แล้วแพล่มมา” ไอ้เพื่อนเวรที่เล็งเห็นเรื่องครอบครัวผมเป็นเรื่องสำคัญประหนึ่งคดีเขาพระวิหารมันนั่งเท้าคางหน้าสลอนรอผมเล่าอย่างใจจดใจจ่อ สอดรู้ไม่มีใครเกินล่ะ พวกมันละเนี่ย 





ไอ้สาเหตุที่ผมหมดเรี่ยวแรงกลับมามากองแหมบเป็นดินเลนแบบนี้คุณคงพอจะเดาออกว่าเป็นเพราะความน่ารักแบบอล้าอลังของน้อง ถูกครับ แต่น้องไม่ได้หยุดเพียงแค่สาดความน่ารักเวอร์ๆ ใส่ดั้งจมูกผมแบบไม่ยั้งเท่านั้นน่ะซิ 


ผมนำน้องไปมาร์เกทใกล้ๆ กับโรงแรมของเรา คนดีของผมถลาเข้าไปแผงผักสดและผลไม้ตามประสาเด็กสุขภาพดี ผลไม้สีสดหน้าตาน่ากิน(ปกติผมก็ไม่ค่อยเห็นมันน่ากินเท่าไหร่หรอก) เรียงรายกันละลานตา เบ่บี๋หยิบแอปเปิ้ลลูกโตสีแดงระเรื่อปนชมพูขึ้นมาดมให้กลิ่นอายหวานหอม ก่อนจะยิ้มกว้างแล้วส่งให้ผมดมต่อ อุแม่เจ้า นี่มันหอมกันทางอ้อมนะที่รัก ผมระงับใจยอมให้ปลายจมูกสัมผัสผิวเรียบตึงของเจ้าผลกลมที่หวานใจยื่นให้ กลิ่นหวานอมเปรี้ยวของมันนี่ผมจะจินตนาการเป็นผิวแก้มของน้องละกัน น้องส่งเจ้าแอปเปิ้ลสื่อรักลูกนั้นใส่ตะกร้าที่ผมถือ เลือกลูกสีเขียว สีเหลืองมาเพิ่ม 2-3 ลูกแล้วก็เลือกหยิบส้มแมนดารินสีสดขึ้นมา กลิ่นหอมเปรี้ยวฝาดซ่ากรุ่น ทูนหัวคงกลัวผมตายไม่สนิทเลยเอาเจ้าผลกลมสีจัดมาแนบแก้ม หยีตาทำหน้าน่าฟัดใส่ผมอีกที ชีวอน มึงโทรเรียกเฮียปอมาเก็บศพกูเร็ว 



ถึงใจผมจะเต้นบ้าคลั่งเยี่ยงบุเรงนองมาลั่นกลองรักเอ้ยกลองรบในอก แต่หน้าที่พี่ชายร่วมวงที่ค้ำคอหอยมันบังคับให้ผมได้แต่ยืนเท่ห์ถือตะกร้า ส่งยิ้มเอ็นดูน้อยๆ และทำหน้าที่ล่ามให้คนน่ารักกับคุณป้าคนขายได้แค่นั้น อย่าให้กลับไปถึงบ้านนะ พ่อจะฟัดเสียให้ลืมตะวันลืมจันทราเลย 



ผมหลุดออกจากโหมดโลกส่วนตัวเมื่อคนตัวเล็กขยับเบียดเข้าใกล้ อ้าวเฮ้ย ที่รักจ๋าไอ้เรื่องเบียดนี่เอาไว้เราไปทำกันในห้องนอนจะดีกว่าไหมคนเก่ง น้องหันมามองตาแป๋วมีแววออดอ้อนวิบวับด้วย โอยยยยย หัวใจผมแทบจะล้มเหลวจากการเต้นคร่อมจังหวะสลับกับกระตุก คนดีใจคอจะคร่าชีวิตพี่ตรงนี้เลยหรือ? 


“ต้าเกอะฮะ....” ออดด้วยน้ำเสียงแบบนี้ อยากได้จูบพี่เป็นรางวัลไม๊ครับ 


“โจวหมี่เกอะ” อา~………… 


“ต่อราคาของให้หน่อยซิฮะ” โลกแห่งความเป็นจริงมันโหดร้ายอย่างนี้นี่เอง ผมได้แต่ทนกล้ำกลืนหันกลับไปยิ้มหวานให้คุณป้าเจ้าของแผงและทำตามบรรชาของเจ้าชายองค์น้อย เมื่อได้ราคาที่ถูกใจคนตัวเล็กแล้วผมก็ไม่ลืมทำตัวแมนด้วยการควักตังจ่ายค่าผลไม้ให้น้องด้วย เป็นไงล่ะ 




ตอนแรกยาหยีของผมเขาก็ไม่ยอมให้ผมเป็นคนออกหรอกครับ แต่ผมใช้อำนาจดื้อเงียบ แอ๊บโกรธ ยื่นเงินให้คุณป้าคนขายแล้วตัดใจเดินหนีน้องออกมาเลย ทีนี้น้องก็ทำอะไรผมไม่ได้แล้ว(หึหึ) คนตัวเล็กวิ่งกลุกๆ ตามผม(ที่เดินทอดน่องรอ ช่วงขาของผมกับน้องมันยาวผิดกันนี่นา)จนทัน ในมือคนตัวเล็กถือไอศกรีมโคนสีขาวมาด้วย 2 อัน ผมโลดในใจนี่น้องจะง้อผมด้วยซอฟครีมรสละมุนหรือนี่ 


“ห้ามปฏิเสธฮะ” พอผมจะหันหน้าหนี น้องก็ท้วงลั่น ผมคิดไปเองรึเปล่าว่าเสียงตัวน้อยติดจะสั่นนิดๆ พอสบตากันจังๆ นี่ผมแข้งขาอ่อน อาการดื้อเงียบมันหายวับไปกับตาแดงๆ ของน้องทันควัน โธ่คนดี พี่มันชั่ว พี่มันเลว เห็นน้องร่ำจะเสียน้ำตาแบบนี้ใจผมเสียไปเท่าไหร่ไม่รู้ ให้ผมไปสู้กับมังกรเสียยังจะดีกว่า 


ครั้นจะเอื้อมมือไปรับซอฟครีมจากน้องมามันก็ทำได้อยู่ แต่สมองผมท้วงให้มือทั้งสองข้างทำหน้าที่หิ้วผลไม้ต่อไป ก้มแค่หน้าลงไปงับครีมหวานเย็นรสอร่อยที่น้องยื่นส่งมาแค่นั้นพอ เท่านี้เบ่บี๋ของผมก็ระบายยิ้มกว้างเสียบาดตา งับครีมของตัวเองคำ ป้อนผมคำสลับกันมาตลอดทางที่เราเดินกลับห้อง โอ~ ผมอยากให้โรงแรมเรามันกระเถิบไปอยู่ซักสิบสองปันนา ผมกับน้องจะได้เดินเคียงข้างกันไปอย่างนี้......ตลอดกาล 



“แค่เนี้ย???” เพื่อนชั่วทั้งคู่มันส่งเสียงแหลมเสียดรูหูทำลายออร่าสีชมพูที่ผมอุตส่าห์สร้างเอาไว้หมด ผมจิ๊ปากขัดใจ เอื้อมมือปิดก๊อกน้ำ จัดการเอาเจ้าผลไม้ลูกอวบสีสวยลงไปแช่ 


“แม่ง เห็นหมดเรี่ยวหมดแรงกลับมา นึกว่ามีได้มีเสีย หรืออย่างน้อยก็น่าจะได้งับปากน้องมึงซักทีสองที ห่า ที่เล่ามาเนี่ยมือน่ะแตะกันบ้างรึยังครับ” 


“มึงไม่ลองมาเป็นกูมึงไม่รู้หรอก แค่นี้ใจกูก็วายตายแล้ว ขืนมีได้มีเสียกูไม่ตายคาอกน้องเรอะ” 


“ใครได้ใครเสียฮะ?” 




เฮือกกกกกกกก!!!!!!!! 




คุณเคยใช่ไม๊เวลาเล่นซ่อนหาแล้วไอ้เพื่อนคนหาแม่งโผล่มาจากไหนไม่รู้ ตะโกนว่า “โป้ง” เสียงดังๆ ใจมันจะกระตุกวูบ โหวงในอกลามไปถึงท้องน้อย มือไม้แข้งขาก็พากันง่อยหงิกกันนาทีนั้น นั่นแหละความรู้สึกผมตอนนี้ เสียงหวานๆของน้อง ถ้าได้ยินเวลาอื่นผมคงชื่นใจ แต่เมื่อนาทีนี้คุณพระคุณเจ้าเอ๊ย เกือบสำรอกหัวใจออกมาเต้นตั้บๆ ข้างนอกแล้วไม๊ล่ะ 


“เฮนรี่อยากได้หรืออยากเสียล่ะ” อ้าว ไอ้เชี่ยคยู ถามงี้ตีท้ายครัวกูเลยไม๊ล่ะ ดูมันถามคำถามกำกวมกับน้องผมได้ไง๊!!!!! 


“อยากได้ซิฮะ ใครจะไปบ้าอยากเสีย เอ แต่ถ้าเสียแล้วคุ้มก็น่าลองนะฮะ” โอ้ว พูดแบบนี้มา(ทั้ง)ได้(ทั้ง)เสียกะพี่ดีกว่าเฮนรี่ริน เห็นผมจะขาดใจตายละมัง คยูฮยอนกับชีวอนมันถึงยอมสงบปากสงบคำหมาๆของมันลง 


“ต้าหมี่ล้างผลไม้เร็ว ผมอยากกินแล้ว” ถวายหัวเลยคนดี นี่ถ้าไม่กลัวเสียเวลาผมกะจะแกะสลักเป็นพระราชวังต้องห้ามให้น้องดูเพลินๆ ตาเวลาทานด้วยนะเนี่ย 










ในขณะที่ชาวบ้านเค้ากำลังพับผ้าจัดกระเป๋าอยู่ เจ้าถิ่นอย่างผมก็ทำได้แค่นั่งกอดเข่าดูทีวีหงอยอยู่คนเดียว พอเอาเข้าจริงเฮนรี่ก็ต้องกลับเกาหลีอยู่ดีเพราะพี่ซึงฮวาน(มัน)ไม่อนุญาต (แต่อาการหงุดหงิดเบะปากคล้ายจะงอแงของน้องก็เรียกให้ใจผมมีพลังมากขึ้นอยู่) เป็นว่าหยุด 3 วันนี่ผมต้องผจญชีวิตอยู่จีนโดยที่ไม่มีเบ่บี๋ข้างกายจริงๆซินะ 




กระซิก...... 




กระซิก........ 





TBC

Comment

Comment:

Tweet