[SF]>>Top Combine>> (Changmin x Taemin)

posted on 04 Nov 2011 12:32 by jolynn in ChangTam
Title : Top Combine (Combine II) 

Author: Kurodo 

Couple: Changmin x Taemin 

Rating: PG-15 

Genre: Lovely Lightful 







พ่อกับแม่บอกว่าผมเป็นเด็กดีแล้วก็น่ารัก พวกพี่ๆ ก็ด้วย พี่ทงเฮบอกว่าผมน่ารัก ชอบเรียกผมไปเล่นด้วยบ่อยๆ พี่คยูฮยอนก็ด้วย เวลาอยู่กับพี่สองคนผมไม่เคยรู้สึกเป็นส่วนเกินเลย (แม้ว่าเค้าจะสวีทกันออกนอกหน้าเป็นประจำ) พี่มิโนก็บอกว่าผมน่ารักแล้วก็น่าแกล้ง เพราะเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนผมเลยต้องเป็นลูกไล่พี่เค้า (ถึงอย่างนั้นเค้าก็ใจดีกับผมนะ) 

ส่วนพี่ชางมิน ผู้ชายที่บอกกับผมว่าผมน่ารักและอนุญาตให้ผมทำให้เค้าชอบได้ ถึงพี่เค้าจะใจดีกับผมและผมก็พยายามเป็นเด็กดีกับพี่เค้าเท่าไหร่ แต่ดูเหมือนว่าเค้าจะไม่ได้ชอบผมมากกว่าเดิมเลย ผมรู้ว่าเค้าเป็นผู้ชายใจดีและรักสนุก แต่ผมไม่สนุกด้วยหรอกนะที่ต้องแชร์ความใจดีของเค้าให้คนอื่นๆ ด้วย 

ใจดีกับทุกคน ยกเว้นกับผม 



ผมนั่งกอดเข่าท้าวคางรอพี่ชายตัวสูงร้องเพลงในห้องอัด ตุ๊กตาโดโมะโดโมะที่พี่คยูฮยอนซื้อให้ถูกกอดจนช้ำมือไปหมดแล้วเพราะผมต้องกอดตุ๊กตานั่งรอพี่เค้าทุกวันหลังจากผมซ้อมเสร็จ 

“แทม ไปกินข้าวกัน” 

“ไปเลยพี่ เดี๋ยวผมรอพี่ชางมินก่อน” พี่ทงเฮขยี้ผมผมเล่นแล้วก็ตบไหล่เบาๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องไปกับพี่คยูฮยอน ปกติพี่เค้าจะไม่ค่อยยอมให้ผมไปไหนมาไหนคนเดียว แต่ถ้ามีพี่มินโฮหรือพี่ชางมินอยู่ก็โอเค ผมจับเอาเจ้าโดโมะโดโมะมากอดอีกครั้งแล้วนับโดโมะกระโดดข้ามรั้วรอพี่ชายขายาวอัดเสียงต่อ 

โดโมะหนึ่งตัวกระโดดข้ามรั้ว 

โดโมะสองตัวกระโดดข้ามรั้ว 

....... 

...... 

...... 

...... 

โดโมะสองร้อยยี่สิบสี่ตัวกระโดดข้ามรั้ว 

โดโมะสองร้อยยี่สิบห้า- 

“แทม ไปกินข้าวกัน” ผมตกใจตื่นเกือบจะล้มดั้งฟาดกับพื้นแล้ว 

“พี่อ่ะ อยู่ๆ เข้ามาอุ้ม ผมตกใจดิ้นหล่นไปทำไง” 

“ใครจะปล่อยให้นายหล่นกัน เด็กดี” ทำไมใครๆ ถึงชอบขยี้ผมผมจังเลยนะ ไม่ใช่ผมสาธารณะซะหน่อย 

“ไปกินข้าวกัน หิวแล้ว” 



ผมเดินต้อยๆ ตามแผ่นหลังกว้างของพี่ชางมินเหมือนทุกที เพราะว่าผมขายาวแล้วก็ตัวสูงเดินยังไงก็ตามพี่เค้าทัน ไม่จำเป็นต้องเดินคู่กัน อาจเป็นเพราะผมเป็นรุ่นน้องแล้วก็เป็นเด็กดูแลตัวเองได้ (แต่พี่ทงเฮไม่คิดอย่างนั้นหรอก) ไปไหนมาไหนมือผมเลยว่างเปล่า ปราศจากมือใหญ่มาเกาะกุมเอาไว้ 

“อ๊ะ!” 

“เหม่ออะไรเด็กดี เดินดูทางซิเดี๋ยวก็เจ็บตัวหรอก” 

“เจ็บอยู่นี่ไง พี่อะ” จมูกผมแดงไปหมดแล้วนะ ทำไมต้องบิดจมูกกันด้วย เดี๋ยวก็โดนพี่คีย์ล้อว่าเป็นโทนาคาย(กวางเรนเดียร์)หรอก T^T 

“ไหนดูซิ เจ็บมากรึเปล่า” คนบ้า! ใครเค้าดูอาการกันด้วยปลายจมูกล่ะ ไม่เอาแล้ว ผมเขินนะ 

“ไม่เห็นเจ็บเลย จิตตกเกินไปแล้วเรา” หึ ก็ตัวเองไม่ได้โดนบีบปลายจมูกนิจะเจ็บได้ไง พี่ชางมินรั้งไหล่ผมเข้าไปโอบแล้วกึ่งลากให้เดินไปตามทาง 

“รีบไปกันเถอะ พี่หิวแล้ว” มือผมไม่จำเป็นต้องอุ่นก็ได้เนอะ ก็ตอนนี้ไหล่ผมมันอุ่นมากพอแล้วนิ 




“มึงเลี้ยงฉลองดอกโป้ยเซียนบานรึไงวะครับ สั่งมาเลี้ยงคนทั้งอินกิกาโยเรอะ” พี่คยูฮยอนที่ตามมากับพวกพี่ทงเฮบ่นกับจำนวนอาหารบนโต๊ะ แต่ทุกครั้งก็เห็นบ่นแบบนี้แหละแล้วก็ฟาดเรียบ (โอ๊ะ เอามือปิดปาก) พี่ทงเฮโทรมาบอกว่าร้านที่ไปมีแฟนมานั่งรอเยอะเลยขอเปลี่ยนแผนตามมากินกับพวกผมแทน กินกันหลายคนก็สนุกดี แต่พี่ชางมินจิ๊ปากนิดหน่อยก่อนจะต่อรองให้พี่คยูฮยอนเป็นคนจ่าย 70% ถึงยอมบอกร้านให้ตามมาด้วย 

“แทมกินเยอะๆ เลย พ่อนายจ่ายนะ” 

“ตลก กูจ่ายแค่ 70% เท่านั้นแหละ ชิ้นนั้นวางเลย กูย่างไว้ให้แฟน” ผมชอบพี่คยูฮยอนจัง นอกจากพี่เค้าจะคอยดูแลผมอย่างดีแล้ว พี่คยูยังแสดงความรู้สึกที่มีกับพี่ทงเฮอย่างเปิดเผย (ออกนอกหน้า) บอกตรงๆ ครับว่าผมอิจฉา 

“เหม่ออีกแล้ว กินดีๆ ซิ เดี๋ยวก็โดนลวกหรอก เฮ้ย” ซี๊ด!~ ตอนแรกผมว่าผมมีสติครบถ้วนนะ แต่พอพี่ชางมินทัก หลังมือผมเลยปัดไปโดนถ้วยหินที่เพิ่งมาเสิร์ฟพอดี แง ร้อนชะมัดเลย จะพองมั้ย 

“เอาน้ำธรรมดาลูบก่อน อย่าเพิ่งเอาน้ำแข็งลงนะ เดี๋ยวพอง” พี่ทงเฮบอก แต่มันร้อนนิ ผมอยากได้น้ำเย็นๆ มาล้างนะ พี่ชางมินดึงผมให้ลุกขึ้นแล้วลากไปห้องน้ำ ค่อยๆ รองน้ำอุ่นแล้วเอาหลังมือผมไปรองเอาไว้แล้วค่อยๆ ลดความร้อนลงจนกลายเป็นน้ำเย็น 

“ยังแสบอยู่มั้ย” 

“ถ้าแตะโดนก็เจ็บครับ” พี่ชางมินชะงักมือที่กำลังลูบหลังมือผมอยู่แล้วค่อยๆ วางลง 

“ทำไมไม่ระวังตัว” 

“ระวังแล้ว แต่ตกใจที่พี่บอก” 

“เดี๋ยวนี้เถียงตาใสเลยนะ” 

“ผมไม่ได้เถียง ก็พี่ถาม ผมก็บอก” พี่ชางมินขมวดคิ้วฉับผมเลยเงียบ เดาว่านี่คงไม่ใช่วิธีที่ทำให้พี่เค้าชอบมากเท่าไหร่ 

“ชั้นไม่ชอบเด็กช่างเถียงนะ” 

“ผมบอกแล้วว่าไม่ได้เถียง แต่ถ้าพี่จะคิดว่าผมเถียงก็เรื่องของพี่” ผมหลบสายตาคมวูบ แววตาดำขลับคมเหมือนคัทเตอร์ซื้อใหม่ทำให้ผมรู้สึกหน้าชาไปหมด 

“ทำไมเป็นเด็กแบบนี้นะ” 

“ผมก็เป็นของผมแบบนี้แหละ ถ้าพี่รับไม่ได้ก็แค่นี้แหละ” 

“นี่ไม่ใช่วิธีที่ทำให้ชั้นชอบเลยจริงๆ” 

“พี่จะชอบผมน้อยลงก็ได้ เกลียดเลยก็ได้” ผมรู้ตัวว่าน้ำตาไหลก็ตอนหายใจลำบากเพราะกลั้นก้อนสะอื้น พอคิดว่าพี่เค้าจะชอบผมน้อยลงหัวใจผมก็ปวดหนึบไปหมด ขอบตาร้อนจนน้ำตามันไหลลงมา ผมสาบานว่าไม่ได้ตั้งใจเสียน้ำตาเลย ผมไม่ใช่เด็กอ่อนแอขนาดนั้นนะ 

“ร้องไห้ทำไม” ขนาดผมร้องไห้เค้ายังทำเสียงดุใส่เลย ผมเจ็บตัว ผมน้ำตาไหลเพราะใครกัน 

“ลีแทมิน” ผมเงยหน้าสบตากับพี่ชางมินแล้วเม้มปากแน่นจนเจ็บ แต่ไม่มีประโยคไหนจะพูดจริงๆ ผมไม่มีสิทธิ์เลย ไม่แม้แต่คิด 






พี่ทงเฮไม่เคยยอมให้ผมมาสวนสาธารณะคนเดียวเวลากลางคืน แต่คืนนี้เค้าห้ามผมไม่ได้เพราะคงวิ่งตามผมไม่ทัน สวนว่างๆ เลยเป็นสถานที่ให้ผมนั่งเสียใจอยู่คนเดียว 
ผมปาดน้ำตาจนแห้งแล้วบอกกับตัวเองว่าไม่ควรร้องเพราะมันอ่อนแอเกินไป แต่ก็นั่นแหละแม้แต่ร่างกายผมมันยังไม่ยอมเชื่อฟังเลย ปล่อยให้น้ำตาร้อนๆ ไหลลงมารดเข่าที่ชันอยู่ได้ 

“พี่มิโน~” ผมโทรหาพี่ชายอีกคนที่สนิทด้วย ผมขอร้องให้พี่มิโนมารับเพราะไม่อยากขึ้นรถเมล์พร้อมตาแดงระเรื่อ รายนั้นก็มาเร็วเกิน ยังไม่ถึงห้านาทีรถจักรยานที่เราใช้ขี่เล่นกันประจำก็มาจอดอยู่พร้อมกับผู้ชายตัวสูง พี่มิโนมีข้อดีอย่างนึงคือไม่ค่อยขี้สงสัย เค้าส่งยิ้มให้ผมแล้วชวนมาซ้อนท้ายจักรยานกลับบ้าน 

คนเราเวลาถูกเอาใจ ถูกปกป้องก็จะยิ่งอ่อนแอลงอีกสเต็ปนึง ผมกอดเอวของพี่ชายตัวสูงเอาไว้แล้วปล่อยให้น้ำตามันไหลไปเรื่อยๆ โดยมีแผ่นหลังของพี่มิโนคอยซับเอาไว้ 

ผมไม่น่าชอบพี่เค้าเลย ทำไมไม่ห้ามผม พี่มินโฮขี่จักรยานวนรอบคอนโดเราสี่รอบปล่อยให้ผมร้องไปเรื่อยๆ จนพอใจ หรือเค้าเริ่มหมดแรงปั่นเราก็กลับขึ้นบ้านกัน 



แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่ผมคิด ห้องนอนที่ผมอยากจะซุกตัวลงกับหมอนแล้วอยู่เงียบๆ คนเดียวไม่ควรมีเจ้าทุกข์ของผมอยู่ซิ ผมเดินเข้ามาดันตัวหนาๆ ของพี่เค้าออกไปแล้วพยายามปิดประตู มันสิ้นคิดตั้งแต่เริ่มไล่เค้าออกไปแล้ว ผมสู้แรงไม่ได้เลย แถมยังโดนพี่ชางมินกดให้นั่งลงกับเก้าอี้อีก 

“ออกไปเถอะครับ ผมอยากอยู่คนเดียว” ผมพยายามไล่อย่างสุภาพ 

“ชั้นจะไม่ไปไหนจนกว่าเรื่องของเราจะเคลียร์” 

“มันไม่มีอะไรต้องเคลียร์แล้ว มันจบไปแล้ว” 

“จบแล้วร้องไห้ทำไม” ผมเอามือปาดน้ำตาที่แสนจะทรยศทิ้ง 

“ไม่ได้ร้อง” 

“เด็กขี้ปด” 

“ใช่ซิ ผมเป็นเด็กไม่ดีนี่” 

“ลีแทมิน อย่าเถียงแล้วก็อย่าท้าทายชั้นนะ” 

“ถ้าอย่างนั้นพี่มาหาเรื่องผมทำไม ผมตั้งใจจะจบแล้วนะ” ผมฟุบหน้าลงกับโต๊ะ คราวนี้ผมทนไม่ไหวจริงๆ ถึงจะถูกเห็นว่าอ่อนแอก็เถอะ แต่ผมทนเก็บความน้อยใจแล้วก็เสียใจเอาไว้ไม่ได้แล้วจริงๆ 

“ผมพอแล้ว ขอโทษที่ทำให้พี่ชอบไม่ได้ ขอโทษที่วุ่นวาย ขอโทษที่กวนพี่ ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษครับ” 

ปัง! 

ผมสะดุ้งเฮือก เงยหน้าจากโต๊ะที่ฟุบอยู่ก็เห็นพี่ชางมินกับหนังสือที่อยู่ใกล้เท้าที่พี่เค้าคงปาลงพื้นก่อนหน้านี้ 

“ผมกลัวนะ” ผมกอดเข่าตัวเองแน่นอยากให้พี่มินโฮ พี่ทงเฮ พี่คยูฮยอน หรือพี่คนไหนก็ได้เข้ามาอยู่กับผมเหลือเกิน 

“ถ้ากลัวก็อย่าท้าทายชั้น ชั้นบอกแล้ว” 

“ผมไม่ได้ท้าทาย ผมสู้พี่ไม่ได้หรอก” 

“ชั้นไม่ชอบเด็กช่างเถียงนะ” 

“ก็พี่ไม่ชอบผมแล้วไง ฮึก... ผมรู้แล้วว่าพี่ไม่ชอบผม ไม่เอาแล้ว ฮึก... ขนาดคำแทนตัวพี่ยังเรียกตัวเองว่าชั้นแทนพี่เลย แค่พี่น้องผมยังไม่มีสิทธิ์เป็นกับพี่เลย ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว พี่ไม่ได้ชอบผมแล้วนิ” 
“ผมพยายามทุกอย่างแล้ว ทั้งที่ผมคิดถึงแต่พี่ แต่พี่ไม่ได้คอนเซนเทรดแต่กับผมเลย ทำไมต้องให้ความหวังกันด้วย ทำไมผมต้องชอบพี่ด้วย ผมไม่น่าชอบพี่เลย ฮือ...” 

“อะไรที่ทำให้นายคิดว่าพี่ไม่ได้ชอบนาย” 

“แล้วอะไรคือสิ่งที่พี่แสดงออกว่าพี่ชอบผมล่ะ ชวนไปทานข้าวเย็นเหรอ ยอมให้ผมมานั่งเฝ้าตอนพี่อัดเพลงเหรอ มือผมพี่ยังไม่เคยจับเลย” ผมน้อยใจนะ 

ผมไม่ได้พูดประโยคสุดท้ายออกไป แต่สีหน้าและแววตาผมมันคงตัดพ้อเค้ามากจนพี่ชางมินยอมนั่งลงกับขอบเตียงแล้วดึงผมมานั่งลงกับตัก 

“นายอยากให้พี่จับมือเหรอ” ผมส่ายหน้า 

“ผมไม่อยากแล้ว ผมมันงี่เง่าเอง ถ้าพี่จับมือผมคนอื่นก็ต้องมองกัน มันคงน่าอาย” 

“รู้ได้ยังไงว่าพี่ไม่อยากจับมือเรา” 

“ก็พี่ไม่เคยจับนี่” 

“ลีแทมิน ถ้าพี่ไม่ได้ชอบนายถามหน่อยทำไมพี่ต้องชวนนายไปกินข้าวทุกเย็น ทำไมพี่ต้องคอยเรียกนายมาอยู่ใกล้ๆ ตลอดเวลา” 

“ก็พี่เหงานี่” พี่ชางมินตบหน้าผากตัวเองดังแปะแล้วฟุบลงกับไหล่ผม 

“พี่อยากให้นายอยู่ใกล้ๆ ต่างหาก อยากทานข้าวด้วย อยากเดินเล่นด้วยกัน ลีแทมินในสายตาพี่เป็นเด็กเก่ง ฉลาดแล้วก็ดูแลตัวเองได้ นายไม่ต้องให้ใครคอยจูงไปไหนมาไหน นายไม่จำเป็นต้องคอยระวังให้ทุกฝีก้าว พี่อาจจะผิดเองที่คิดเอาว่าถ้าโอ๋นายมากไปคนเก่งของพี่จะเคยตัว” แขนใหญ่และอุ่นของพี่ชางมินรัดเอวผมเบาๆ 

“นายอาจจะไม่รู้ แต่พี่อยากจะกอดนายเอาไว้ทุกเวลา อยากให้คนอื่นรู้ว่านายกับพี่กิ๊กกัน เวลาอยู่ด้วยกันก็อยากทำมากกว่ากอด แต่นายยังเด็กเกินไป พี่ต้องคอยบอกตัวเองเอาไว้ว่าควรรอจนกว่าเราจะแน่ใจจริงๆ ว่าความรู้สึกที่เรามีมันคืออะไร จะได้ไม่ต้องมาเสียใจทีหลัง” 

“แล้วนานมั้ยกว่าจะแน่ใจว่าเรารู้สึกยังไง” 

“ที่พี่ต้องปวดใจเพราะเราร้องไห้ กังวลแทบบ้าตอนเราหายไป แล้วก็เสียใจที่นายบอกว่าจะเลิกชอบพี่แล้ว พี่ว่าพี่มั่นใจนะว่าพี่รู้สึกยังไง แล้วเราล่ะ?” 

“ผมอยากเลิกชอบพี่ แต่มันยากเกินไป ทำไม่ได้เลย อ๊ะ” 


ผมดูหนังมาหลายเรื่อง และก็หลายเรื่องมากเลยที่มีฉากจูบของพระเอกกับนางเอก ผมได้แต่จินตนาการว่ามันเป็นยังไงจนนาทีที่พี่ชางมินจูบปากผม จินตนาการมันหายไปหมด ความจริงผมก็จำแทบไม่ได้ รู้แต่ว่าร้อนไปหมด กลัวแต่ก็อยากจะกล้า ผมเอามือคล้องคอพี่ชางมินเอาไว้รั้งให้เค้าอยู่ใกล้ๆ กับผม ทั้งที่ปากเรายังคงจูบกันซ้ำๆ 

“พี่ชางมิน~” 

“อ๊ะ ขอโทษ” ผมไม่ได้เจ็บหรอกถึงพี่เค้าจะย้ำฟันลงกับซอกคอ แต่มันจั๊กจี้ชะมัดแถมยังกลัวเป็นรอยด้วย ผมกุมซอกคอแก้เก้อแล้วก้มหน้าหลบสายตาคมของคนเจ้าเล่ห์ 

“เจ็บรึเปล่า” 

“เปล่าฮะ แค่ เอ่อ ช่างมันเหอะ” พี่ชางมินยิ้มเจ้าเล่ห์แบบนี้เป็นกับเค้าด้วยเหรอ ผมผลักอกพี่เค้าออกแล้วย้ายตัวลงมาจากตักมานั่งกับขอบเตียง ท่านั้นมันดูอันตรายเกินไปนิดนึง (มั้ง) 

“ตกใจรึเปล่า กลัวมั้ย” ผมทำตาโตแล้วเอียงคอสงสัย พี่ชางมินลูบแก้มเบาๆ แล้วจูบทับริมฝีปากอีกที มันอุ่นมากๆ เลย 

“พี่อยากทำแบบนี้มาตลอด แต่ก็ไม่แน่ใจ กลัวไปหมด กลัวว่าจะคุมตัวเองไม่ได้ กลัวว่าเด็กดีจะกลัวพี่ แถมเราก็ยังเด็กอยู่ พ่อแม่นายรู้ได้เอาพี่ตายแน่ๆ” 

“ผมไม่ได้กลัว ยอมรับก็ได้ว่ากลัวนิดๆ แต่ถ้าเป็นพี่ชางมินก็ไม่เป็นไรหรอกครับผมชอบพี่นิ” 

“เด็กดี มาให้ชื่นใจซิ” 
ผมยอมให้พี่ชางมินจุ๊บอีกสองสามทีก่อนพี่เค้าจะไล่ไปอาบน้ำนอน แถมก่อนนอนยังบังคับให้ผมโทรไปขอโทษพี่ทงเฮกับพี่คยูฮยอนด้วย (พี่คยูฮยอนบอกว่าคราวหน้าห้ามหนีไปแบบนั้นอีก แล้วก็บอกให้ผมรีบไล่พี่ชางมินกลับบ้าน) พอผมวางโทรศัพท์ก็จัดแจงส่งเข้านอน 

“อ้อลืม!” พี่ชายตัวสูงเดินย้อนกลับมาที่หัวเตียงผมอีกครั้ง ใช้มือกระตุกโคมไฟหัวเตียงให้ไฟสว่างขึ้น 

“พรุ่งนี้พี่มารับแต่เช้านะ ทำอะไรไว้กินด้วย” ผมพยักหน้ารัวๆ 

“งั้นราตรีสวัสดิ์ครับคนเก่ง ฝันดีนะ” 

“ครับ ผมจะฝันถึงพี่นะ” 

“เด็กดี จุ๊บ!~” 

........ 



END 






Kurodo : ยังองค์อยู่นิ (เอานิ้วจิ้มกัน)

Comment

Comment:

Tweet

แทมน่ารักซะ cry