[SF]>> KYUHAEISM >>

posted on 04 Nov 2011 11:28 by jolynn in ShortFiction
Title : ::~::~:: KYUHAEISM ::~::~:: 

Paring : KyuHyun X DongHae 

Author :Kurodo 

Rating : หน้าด้านเหมาเอาว่าเป็น NC-17 

Author note :
 
เหมือนว่าง(เหรอ) มะได้ลงฟิคนานแล้ว เรื่องนี้หาสาระไม่ได้(ซึ่งปกติก็ไม่เคยจะหาได้อยู่แล้ว) แถมยังเวิ่นเว้อ วกวนน่าปวดกะบาลอย่างยิ่ง ดูจากชื่อเรื่อง ไม่มีชื่อ ตั้งไม่ได้เลยตั้งชื่อเป็นลัทธิคยูเฮไป (ซึ่งถ้าในอนาคตตั้งไม่ได้อีกก็จะหน้าด้านเอาชื่อนี้มาใช้ ทำเป็นซีรีย์ไปซะ กรี๊ กรี๊ กรี๊ กรี๊) เอนซี อย่างว่า อย่าตั้งความหวังมาก เกิดมายังมะเคยได้ลองมีเอนซีวายกะเค้าซะหน(และคาดว่าจะไม่ได้มีไปตราบสิ้นชีพ เพราะเป็นชะนี) เลยมั่วนิ่มเขียนเป็นบทสนทนาแบบนิยายวัยรุ่นไปซะงั้น(ดีที่ไม่ใส่แต่ไอคอนไปด้วย) 
พูดมากจริงๆ ฟ่อดๆๆๆๆ
 









>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>> 





ทงเฮชอบทำงาน ชอบเพื่อร่วมงาน 
ก็ทำงานแล้วมันสนุกดี เพื่อนร่วมงานก็น่ารักดี 
แต่จะดีกว่านี้ ถ้าไม่ติดว่า... 


“เตี้ยหิวข้าว หาไรให้กินหน่อยดิ” เพิ่งจะเกิดมาได้ 22 ปีก็จริง แต่ใน 22 ปีที่ผ่านมา เท่าที่จำได้นี่ไม่มีใครหน้าไหนกล้าเรียกทงเฮ(เวลาอยู่ต่อหน้า)ว่า “เตี้ย” เลยซักคน ยกเว้นก็แต่ไอ้เด็กปากหมาหน้าแมว เจ้าน้องคนที่ 13 ของวงซูเปอร์จูเนียร์นี่แหละ 
เข้าใจว่าตัวมันสูงใหญ่ หน้าตาก็ดูสูงวัยกว่าเขา(สาบานว่าไม่ได้แอบหลอกด่ามันว่าหน้าแก่นะ) ไอ้จะมาตีซี้เล่นหัวด้วยทงเฮไม่เคยคิดจะด่าจะว่า แต่มาเรียก “เตี้ย” แบบนี้ไม่เอาเท้ามาลูบหน้าด้วยอีกอย่างล่ะครับมึง 

“หิวอ่ะ เตี้ย~อยากกินมาม่า” สาบานว่าไอ้เด็กนี่มันกำลังขอร้องชาวบ้านให้ทำข้าวให้กิน มีการพาตัวควายๆ ของมันมาเกาะขอบเตียงยื่นหน้ามาทำตาปิ๊งๆ ใกล้ๆ ในระยะ 8 เซนต์เยี่ยงนี้เป็นของแถมอีก 

“เฮ้ย จะยื่นหน้าเข้ามาใกล้ทำไมเนี่ย”ทงเฮรีบดีดตัวเองขึ้นจากที่นอนแทบไม่ทัน 

“ก็เผื่อฟลุคได้จูบไง ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ” ว่าแล้วมันก็ระเบิดหัวเราะเสียงดังลั่นห้อง ไอ้เด็กบ้านี่ มือเรียวคว้าเอาหมอนใบเล็กใกล้มือได้ก็ปาอัดเข้าหน้ามันดังอุกแล้วรีบวิ่งออกจากห้องนอนไป 




เว้ย ทำไมอะไรมันถึงได้ขัดอกขัดใจท่านทงเฮคนนี้ไปหมดนะ ไอ้หัวใจบ้านี่ก็เต้นซะปวดอกไปหมด เต้นดังขนาดนี้ อยากบอกให้คนทั้งเกาหลีรู้รึไงว่าทงเฮเขิน เฮ้ย ไม่เขิน ใครที่ไหนมันจะไปเขินไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมนั่นกัน ทงเฮแค่ตกใจต่างหาก จู่ๆ ยื่นหน้าเข้ามาใกล้เสียขนาดนั้น เป็นใครก็ตกใจใช่มั้ยล่ะนั่น ว่าพลางฉีกห่อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไป นี่ใช่ว่าทงเฮยอมต้มบะหมี่ให้เจ้าเด็กคยูฮยอนง่ายๆ หรอกนะ รู้ไว้เลยถ้าเค้าไม่หิวข้าวล่ะไอ้เด็กกวนตีนนั่นไม่มีทางได้กินมาม่านี่หรอก 

“ใส่ผักทำไม ใส่กุ้งดิเตี้ย ปลอกเปลือกเร็วเดี๋ยวเส้นอืดไม่ทันกุ้งสุก” 

“เว้ย ก็ปลอกเองเด่ะ นี่ไม่เห็นเหรอว่าคนหม้ออยู่” 

“ถ้าทำเองได้จะบอกให้ทำมั้ย มานี่คนเองไปแกะเปลือกนู่น” ว่าแล้วคยูฮยอนก็แย่งคว้าเอาทัพพีมาถือเองแล้วไล่ให้พี่ชายตัวเล็กที่ทำท่าฮึดฮัดอยู่เนืองๆไปแกะกุ้งออกจากเปลือก มันก็ไม่เห็นจะยากตรงไหนเลยกะอีแค่งัดเอาเปลือกใสๆออกจากตัวนิ่มของกุ้งนี่ แต่พอนึกถึงฝีมือการครัวของมันขึ้นมาแล้วทงเอก็ส่ายหน้า เออจริง ถ้าลองให้คยูฮยอนมันปลอกเปลือกกุ้งนี่แทนที่จะได้กินกุ้งทั้งตัวดีๆ แบบเรียบร้อยสวยงาม อาจจะกลายเป็นซากกุ้งผู้รอดชีวิตจากสงครามโลกครั้งที่ 8 ก็เป็นได้ 



กลิ่นหอมฉุยของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปฟุ้งไปทั่วครัว ทงเฮจัดการตักแบ่งออกเป็น 2 ถ้วยสำหรับตัวเองและสำหรับไอ้เด็กตัวสูง ว่าแต่พอตื่นมาก็เห็นแค่เจ้าเด็กนี่ โปรเจค M มีกัน 7 คน นับรวมพี่ซึงฮวานอีกก็เป็น 8 แล้วไหงมาเหลือแค่สอง แล้วคนอื่นๆ หายหัวไปไหนหมดวะ 

“พี่ชีวอนไปชอปปิ้ง พี่ฮันพาเรียววุคกับเฮนรี่ไปไหนก็ไม่รู้กับพี่ซึงฮวาน ส่วนโจวมี่พาไอ้หมาลอชไปเดินเล่น” ไอ้คนตื่นเช้าแจงให้ฟังเสียละเอียดยิบจนทงเฮนึกเขม่นในหน้าตาอวดภูมิของมัน 

“แล้วอยู่ทำไม ทำไมไม่ออกไปอย่างชาวบ้านเค้า” 

“กลัวทงเฮตื่นมาเหงา อุตส่าห์อยู่เป็นเพื่อน ไม่ดีใจเหรอ……..เตี้ย!” เวิร์ดดิ้งน่าดีใจมาก พี่ชายตัวเล็กหรี่ตาแล้วทำหน้าเบื่อๆใส่มันแทน พอดีกับประตูห้องเปิดออก ผู้ชายร่างสูง สูง สูงมากแต่ดันเสร่อถือลูกหมาพุดเดิ้ลทอยสีน้ำตาลตัวเล็กแถมเจ้าหมาหน้าแบ๊วนั่นยังใส่เสื้อสีเขียวสะท้อนแสงอีก แรดกว่านี้มีมั้ยครับเพ่ 

“มีมี่ กินข้าว” ไอ้เด็กมารยาทงามร้องเรียก (ท่าทางจะตามมารยาท) ที่จริงแล้วโจวมี่นี่ก็รุ่นเดียวกับทงเฮ แต่เนื่องจากคนจีนเค้าไม่ค่อยถือเรื่องรุ่นพี่รุ่นน้องซักเท่าไหร่ ไอ้น้องนี่ก็เลยถือโอกาสลามปาม ไม่เรียกเค้าพี่แค่นั้นยังไม่พอพ่อคุณยังอะแด๊ปตั้งชื่อเล่นที่คิดเองเรียกพี่เค้าอีก 


โจวมี่แค่ยักไหล่แล้วเปิดประตูห้องส่วนตัวเข้าไป สุดจะรู้ว่าพี่แกไม่หิวหรือไม่อยากกินหรือขี้เกียจขุดเอาภาษาเกาหลีมาใช้ตอบกันแน่ ทงเฮเผลอมองตามเพื่อนรุ่นเดียวกัน(แต่ส่วนสูงต่างกันเกินสิบเซนต์) หันกลับมาอีกทีกุ้งตัวอวบที่ตั้งใจจะเก็บไว้กินสุดท้ายก็อันตรธานไปจากถ้วยเสียแล้ว 

“ไอ้คยูฮยอน กุ้งช้านนนนน!!!” ทงเฮกรีดร้อง หลักฐานคาปากเลย หางกุ้ง!! หางกุ้งตัวอ้วนของทงเฮ อุตส่าห์จะเก็บไว้กินเป็นอันสุดท้ายแท้ๆ 

“นึกว่ากินเหลือ อย่าบ่นไปหน่อยเลย เป็นพี่ก็เสียสละให้น้องดิ” น้องแม่งทำนิสัยน่าเลียสละ(ลูกปืน)ให้มากเหอะ 

“จะเอาคืนป่ะล่ะ นี่ยังเคี้ยวไม่ค่อยแหลกเท่าไหร่หรอก จะเอาก็ยื่นปากมา เดี๋ยวป้อน” มันมีหน้ามาอ้าปากโชว์เศษซากอารยธรรมกุ้งตัวน้อยของทงเฮได้อย่างอุบาทว์มนุษย์ พี่ชายสะบัดตัวหนีอย่างโมโห 

คยูฮยอน เว้ย แกตาย!!!” อารมณ์หงุดหงิดตั้งแต่เช้าถูกระเบิดออกมา ทงเฮคว้าเอาไม้เกาหลังของฮันเกิงได้ก็ไล่กวดคยูฮยอนไปรอบๆ ห้อง แต่ก็นะช่วงขาที่พระเจ้าลำเอียงให้มาไม่เท่ากันทำให้ทงเฮหาโอกาสฟาดกะบาลไอ้เด็กบ้านี่ไม่ทันเสียที วิ่งจนเหนื่อย ไล่จนหอบแล้วนะเฟร้ย 


ประตูห้องถูกเปิดอีกครั้ง ร่างสูง(อีกแล้ว ไมแม่งขยันสูงกันจังวะ) ของราชนิกูลเชวชีวอนก็เยื้องย่างกลับเข้ามาในห้องพร้อมข้าวของถุงน้อยใหญ่ ทงเฮกำลังจะหันไปทักแต่ก็ยังช้ากว่าร่างสูงโปร่งของไอ้เด็กหน้าแมวนี่หลายขุม ผินคอไปดูอีกทีมันก็คว้าของในมือของพี่ชายมันมาแกะดูเรียบร้อยเสร็จสรรพแล้ว 


รอยยิ้มกว้างอย่างเด็กได้ของถูกใจถูกประเคนให้เจ้าชายเชวแบบไม่กลัวขาดแคลน พอเห็นกล่องพลาสติกที่บรรจุเอาเกมส์ใหม่ที่เจ้าตัวดีมันบ่นอยากเล่นเหลือเกินในมือเท่านั้นแหละ พ่อคุณก็คว้าเอาตัวพี่ชายของมันมากอดหมับอย่างน่าหมั่นไส้(ในสายตาทงเฮ)เลยทีเดียว ถ้าดูดปากแสดงความดีใจให้พี่มันรู้ได้ไอ้เด็กนี่คงทำไปแล้ว 


ย้อนความนิดนึง อาทิตย์ก่อนซึ่งเป็นอาทิตย์วันเกิดของทงเฮและเป็นช่วงพักงานของกลุ่ม M ไอ้เจ้าพี่น้องคู่นี้มันระเห็จไปถ่ายโฆษณาในไทยมา ถ้าบอกว่าโฆษณาตัวที่ว่าไม่มีนางเอกทงเฮก็พร้อมจะเชื่อ วันก่อนหลงเข้าไปในเวบแฟนๆที่แปะรูปคู่นี้ไปถ่ายโฆษณาด้วยกัน โอ้ว แม่เจ้า นี่มึงไปถ่ายโฆษณาหรือหลบไปฮันนีมูนวะ(ครับ) บรรยากาศรอบนี่วิ๊งๆ เปล่งออร่าชมพูอมม่วงเสียเต็มสตรีม ทงเฮอดนึกแปลกใจไม่ได้ ครอบครัวมีอันจะกินส่วนใหญ่นี่เค้าขยันเลี้ยงลูกให้โตมามี skin ship จริงรึเปล่านะ ดูอย่างไอ้พี่น้องคู่นี้ ชีวอนนี่เป็นขั้นหนัก เรียกว่า addict เลยก็ไม่ผิด อยู่ใกล้ไม่ได้พี่แกลามปามกอดหมด กับเฮียคังอินมันก็ยังไม่เว้น ส่วนคยูฮยอนนี่จัดอยู่ในประเภทต้องการความรักความอบอุ่นจากสิ่งมีชีวิตที่แก่กว่าอย่างมาก โดยเฉพาะพี่ที่ตัว เอ่อ ตัวอวบๆ หน่อยมันจะชอบเป็นพิเศษ (ประมาณว่ากอดแล้วนุ่มมือ) อย่างเฮียคังอิน ชินดงอะไรเทือกนั้น ซองมินก็คงพอไหว พวกนี้ของโปรดมันเลย ว่างไม่ได้ต้องเข้าไปนัวเข้าไปกอดไปอ้อนเค้า ประหนึ่งมันมาจากบ้านเด็กอ่อนพญาไทก็ไม่ปาน ใช่ว่าพวกที่ไม่อ้วนจะไม่โดนนะ(เฮ้ย เมื่อกี๊ไม่ได้ว่าว่าพวกพี่คังอินอ้วนนะครับ) พี่อีทึก ฮยอกแจ พี่ฮีชอล พี่ฮันเกิง (ยกเว้นพี่เยซอง รายนี่มักจะโดนมันอ้อนหลอกด่า) โดนมันเก็บหมด จะมียกเว้นก็ผมเนี่ยแหละที่มันออกแนวอ้อนมืออ้อนตีนเสียมากกว่า หงุดหงิดชะมัด (ส่วนเรียววุคกับคิบอม คยูฮยอนมันนับเป็นเพื่อน เล่นกะบาลกันได้ ไม่ต้องอ้อนให้เหนื่อย) 


ได้เกมส์ไปแล้วมันก็หายต๋อมไปหน้าทีวีครับ นิ่งสนิทชนิดโลกนี้อาจจะลืมไปแล้วก็ได้ว่ามีเคยคยูฮยอนอยู่ ทงเฮยักไหล่ คิดเสียว่าดีแล้วเค้าจะได้ใช้เวลาอยู่เงียบๆ (เหรอ) กับหนังสือที่ซื้อมาเมื่ออาทิตย์ก่อน แต่สายตาเจ้ากรรมก็ดันเหลือบไปมองเห็นพื้นที่หน้าทีวีเสียได้ เจ้าหน้าแมวนั่นกำลังเล่นเกมส์อย่างเมามันส์กับน้องชายตัวขาวจั๊วะปากแดงแถมแก้มยุ้ยอยู่นี่ 

“คยูฮยองขี้โกง! เอาใหม่เลย ไหนบอกจะออมมือให้ผมไง” 

“นี่ก็ออมให้แล้วไง เจ้าตัวเล็ก เราแหละเล่นไม่เก่งเอง” 

“ไม่รู้แหละเอาใหม่เลย อ๊ะ อย่าแกล้งซิฮะ” ทงเฮชะงักเท้าเอาไว้แค่นั้น เจ้าเด็ก