[SF]>>Combine>> (Changmin x Taemin)

posted on 04 Nov 2011 11:31 by jolynn in ChangTam
Title : Combine 

Author: Kurodo 

Couple: Changmin x Taemin 

Rating: PG 

Genre: Lovely Lightful 


=================================================== 




คยูฮยอนชอบบอกว่าผมมีทรรศนะคติในการดำเนินชีวิตแปลกๆ ซึ่งผมไม่เห็นด้วย ผมดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยครอบครัว เพื่อนฝูง อาหาร การเรียนและหน้าที่การงานเป็นหลัก (แม้จะหนักไปทางอาหารสักหน่อยนึง) พอเริ่มอายุ 23 เพื่อนที่เคยแฮงค์เอาท์กันได้ทุกวันหยุดก็ค่อยๆ ทยอยกันหายไปทีละตัวสองตัว สาเหตุหลักๆ มาจากการที่มันเริ่มมีเมียครับ 


โอเค ผมไม่วอรี่ แม้เพื่อนสนิทผมจะเปลี่ยนจากเสือผู้หญิงเป็นหมาเฝ้าบ้านชิมชางมินก็สามารถดำรงชีวิตด้วยการออกไปหาอะไรกินข้างนอกได้ด้วยตัวเอง เดี๋ยวพอพวกเพื่อนๆ มันเบื่อเมีย มันก็กลับมาซบอกผมเองนั่นแหละ 


วันนี้ผมออกมาคนเดียวครับ เพราะพี่ยุนโฮไม่กลับบ้าน แม่บ้านไม่มาทำงาน ผมไม่มีข้าวกินเลยไถลไถถืดมาเรื่อยๆ และจบลงที่ร้านประจำในย่านคังนัม โต๊ะหน้าเคาเตอร์ที่ผมนั่งประจำวันนี้กลับมีใครบางคนจับจองมันอยู่ ผมไม่มายด์หรอกเพราะมันไม่ใช่ที่ที่ผมเสียตังซื้อ ย้ายไปนั่งอีกตัวถัดไปก็ได้ ถ้าไม่ติดว่าคนที่จับจองที่นั่นเป็นคนรู้จักของผม 

“พี่ชางมิน” เด็กน้อยวงส่องแสงนี่เอง 

“นายมาทำอะไรที่นี่ เค้าอนุญาตให้นายเข้ามาได้ยังไงกัน” เด็กน้อยเชิดปากใส่ผมทันที ผมรู้ว่าเรื่องการเข้าสถานที่บันเทิงทั้งๆที่อายุไม่ถึงของพวกเราเป็นเรื่องปกติ แต่แทมินก็เด็กเกินไปสำหรับสถานที่แบบนี้ 

“แล้วพี่มาทำอะไรล่ะ” 

“กินเหล้า นายก็ด้วยรึเปล่า” เด็กน้อยไม่ได้ตอบแต่งุดหน้าลงกับโต๊ะ บาเทนเดอร์บันกาฮวี บุ้ยหน้าไปอีกด้านของร้านให้ผมดู เค้าคงได้ยินประโยคสนทนาของผมกับน้องตั้งแต่แรก ร่างสูงของไอ้รุ่นน้องมินโฮกับใครอีกคนที่ผมไม่รู้จักกำลังนัวกันได้ที่เลย สายตาของแทมินเหลือบมองคนคู่นั้นเป็นระยะก่อนจะเปลี่ยนมาจับจ้องแก้วน้ำผลไม้ของตัวเอง 

“เค้าบอกให้ผมรอกลับพร้อมกัน ตั้งแต่เมื่อเย็นแล้ว ผมนั่งรอเค้าเล่นบาสกับพวกพี่คยูฮยอนแล้วก็โดนลากมาที่นี่” แล้วมาฟ้องอะไรกูฟระ เบื่อมันก็หนีกลับดิ มินโฮมันไม่ได้ล่ามไว้ซักหน่อย หรือล่ามวะ 

“ผมหิวอ่ะ” น้องสารภาพเสียงอ่อย ดูจากตรงหน้ามีแค่ป๊อบคอร์นกับน้ำส้มคงไม่เพียงพอต่อมื้อเย็นของเด็กน้อยวัยกำลังโต 

“กาฮวี ร้านนายมีอะไรให้น้องชั้นกินมั่งป่ะ แบบอิ่มๆน่ะ” 

“ไม่เลยพี่ เฟรนชฟรายก็เพิ่งหมด ไอ้ฮวานซกยังไม่กลับจากซุปเปอร์เลยแม่ง” ผมหันไปมองเจ้าหมาน้อยที่ทำตาปริบๆ แล้วก็อ่อนใจ เหล้าเอาไว้ค่อยกินวันหลังก็ได้ ไหนๆ ก็เป็นพี่น้องร่วมค่ายกัน พี่ผู้จัดการก็เคยใช้ร่วมกัน ดูแลน้องมันหน่อยคงไม่เสียหายหรอกเนอะ 

“ไปกับชั้นละกัน เดี๋ยวไปส่งที่หอ” ผมบอกให้กาฮวีลงค่าอาหารของน้องไว้ในบัญชีไอ้คู้แล้วกึ่งลากกึ่งจูงร่างเล็กที่ละล้าละลังออกมาจากร้าน 

“เอาแต่มองมันอยู่ได้ มันเคยมองเรามั้ยน่ะ ใช้ได้ที่ไหนปล่อยให้น้องหิว” เรื่องกินถือเป็นเรื่องใหญ่มากสำหับผมอยู่แล้วด้วย 

“ก็เดี๋ยวพี่มินโฮเดินมาแล้วไม่เจอเค้าจะเป็นห่วง” มันห่วงเอ็งมากเลย หลั่นล้าอยู่ริมฟลอร์นั่นน่ะ 

“ช่างมัน มือถือก็มี ถ้าหาไม่เจอมันก็โทรหาเองแหละ หรือถ้าโง่มากคิดไม่ออกก็ให้มันหาไป” 



เจ้าตัวเล็กขายาวใช้ได้ ไม่ต้องเดินรอมากมันก็เดินตามผมทัน ถัดมาอีกสองช่วงตึกมีร้านอาหารจีนที่โจวมี่มันแนะนำเอาไว้ว่าอร่อยอยู่ ผมก็อยากลองมานานแล้ว แต่การมากินอาหารจีนคนเดียวมันออกจะมากมายไปนิดนึง วันนี้สบโอกาสพอดี 

บริกรพาเราขึ้นมายังชั้นสองติดกับหน้าต่าง มีโคมสีแดงแล้วก็ต้นไผ่สีเขียวสดประดับบอกให้รู้ว่าร้านกูมาจากจีนแท้ๆ แน่ๆ นะครับ ไม่มีหมีแพนด้าด้วยอีกอย่างละพี่ 

ผมสั่งอาหารไปสามสี่อย่างถามน้องว่าอยากกินอะไรมันตอบว่าอะไรก็ได้ ผมไม่ขัดศรัทธา อะไรก็ได้ของน้องเลยมาในเมนูที่ผมอยากกิน หอยเชลผัดซอสXO ยำแมงกระพรุน ซุปเสฉวนแล้วก็บะหมี่อบขาห่าน อาหารไม่ต้องรอนานมาก็จัดการเสิร์ฟครบ เจ้าเด็กน้อยตรงหน้าตักทุกอย่างชิมแล้วลงมือจัดการบะหมี่ ดูท่าทางเค้ากินแล้วมีความสุขก็สนุกไปอีกแบบ ผมทานได้น้อยลงเพราะกินมื้อเย็นมาแล้วแต่ทุกอย่างก็เกลี้ยงตามระเบียบ 

“อิ่มจังเลย พุงต้องออกแน่ๆ” 

“เป็นผู้ชายกลัวทำไมแค่มีพุง” 

“ก็ผมไม่ได้หุ่นดีเหมือนพี่นี่ แถมยังต้องใส่กางเกงขาเดฟอีก มีพุงก็ตลกตายดิ” คู้ครับ มึงมาอ่านประโยคนี้ของน้องด้วยนะ งดซะพุงอ่ะ มันทุเรศ 

“นายตัวเล็กนิดเดียวเอง ผอมจนจะเป็นไม้เสียบโอเด้งแล้ว กินเข้าไปเถอะ” ตัวงี้บางนิดเดียว ตอนสมัยผมเข้าวงการใหม่ๆ ผมก็ผอมและตัวเล็กนะ แต่น้องตัวเล้กกว่าผมเยอะเลย 

“ขอบคุณที่เลี้ยงฮะ พี่ชางมินใจดีจังเลย” แม้จะอยู่ในช่วงกินอยู่อย่างประหยัด แต่ผมก็สามารถเลี้ยงน้องร่วมค่ายได้แหละน่ะ (ค่อยไปไถเอากับพี่ยุนโฮอีกทอดนึง) ผมลูบหัวทุยของน้องเบาๆ เพราะเจ้าเด็กน้อยแถมโผเข้ามากอดเป็นการขอบคุณด้วย 

อากาศเดือนนี้ไม่ร้อนเท่าไหร่พอมีลมพัดก็จะเย็นยะเยือกนิดๆ การโดนกอดในช่วงนี้เลยทำให้ร่างกายเราอบอุ่นขึ้น ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมคู้มันถึงชอบกอดทงเฮ กอดแล้วมันอุ่นแบบนี้เองหรอ 

“ขอโทษฮะ อึดอัดรึเปล่า” น้องตกใจแล้วรีบผละผมออก ตะลีตะลานขอโทษโค้งเสีย 90 องศาอีกด้วย ผมโบกมือบอกว่าไม่เป็นไร 

“ติดมาจากพี่คีย์อ่ะ เวลาดีใจพี่เค้าชอบกอดทุกทีเลย ผมก็ว่ามันอุ่นดี แต่พี่คีย์บอกว่าให้กอดได้แต่เฉพาะคนที่เราสนิทๆ ผมขอโทษนะฮะ” 

“ชั้นมากินข้าวกับนายแล้ว ก็สนิทกันแล้วไง ไม่เป็นไรหรอก” 

“งั้นกอดอีกได้รึเปล่าฮะ?” หึ ผมไม่มายด์อยู่แล้ว รั้งร่างบางเฉียบของเจ้าดีเข้ามากอดเองเลยทีนี้ น้องเอาศอกตั้งกั้นอกผมไว้นิดนึงแต่พอโดนผมกระชับวงแขนเข้ามาก็ยอมลดมือลงให้กอดแต่โดยดี 


เด็กสมัยนี้นอกจากตัวเล็กแล้วยังนุ่มและก็หอมอีกหรือเนี่ย น้องละล้าละลังนิดก็กอดผมตอบ ทีนี้พอเราแนบชิดกันความออุ่นก็เข้ามาเติมเต็มพอดิบพอดี ผมลูบหลังบางของเค้าเล่น น้องก็ซบหน้าลงกับอกเห็นแต่ใบหูแดงแจ๋อย่างเดียว 

“เขินเหรอเรา” 

“โดนกอด ก็ต้องเขินซิฮะ หรือว่าพี่ไม่เขิน” 

“ไม่นิ ก็อุ่นดี เขินทำไม” 

“ก็โดนพี่ชางมินกอดนิ ทำไมจะไม่เขินล่ะ” น้องผละออกจากอกผมไปแล้วก้มหน้าคางชิดอกเลย น่ารักดีแฮะ 


เพราะผมเป็นน้องเล็กของวงเลยไม่มีโอกาสได้ดูแลใครเท่าไหร่ มารู้จักไอ้คู้มันก็รุ่นราวคราวเดียวเป็นเพื่อนเล่นหัวกันไปอีก (ยกเว้นน้องนรกอย่างไอ้มินโฮนะ นอกจะมันจะปีนเกลียวจนหวานไปหมดแล้วมันยังไม่น่าเอ็นดูและกวนตีนเป็นที่สุดด้วย) กับน้องๆ ผู้หญิงในค่ายก็ไม่ค่อยจะสนิทกัน ผมไม่ค่อยเข้าถึงอารยธรรมของสตรีเท่าไหร่ อื้ม มีน้องมันก็ดีไปอีกแบบนะ แทมินมันน่ารักดี 

“เขินทำไม ชอบชั้นรึไง” 

“ชอบพี่ไม่ได้หรอก พี่มีคนที่ชอบอยู่แล้ว” เดินแป๊บเดียวก็ถึงหน้าหอของพวกแก๊งชายนี่แล้ว แทมินที่พูดค้างไว้แค่นั้นโบกมือลาแล้วก็วิ่งปรู๊ดเข้าลิฟท์ไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้แต่ประโยคหลังที่ยังคงกึกก้องอยู่ในใจผม 



ใช่ผมมีคนที่ชอบ แต่คนที่ผมชอบไม่อยู่แล้ว ผมถอนหายใจเป็นรอบที่ร้อยจนไอ้คยูฮยอนมันหันมาสนใจจนได้ (มันนอนเล่นเกมส์หนุนตักทงเฮอยู่) 

“หิวหรอ มีพิซซ่าอยู่ในตู้เย็นแน่ะ ไปอุ่นมากินดิ” เพื่อนคิดว่าผมมีเรื่องกลุ้มใจเรื่องเดียวคือเรื่องกินนี่แหละครับ ผมส่ายหน้าแล้วก็กอดเข่ามองชีทที่ต้องอ่านสอบต่อ ไม่หรอก ชีวิตของชิมชางมินมีเรื่อง ครอบครัว เพื่อนฝูง อาหาร การเรียนและหน้าที่การงานเป็นหลักเท่านั้นแหละ อะไรที่จบไปแล้วและไม่เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ผมก็ไม่ควรเก็บมาคิดให้รกเซลสมอง 

“อ้าวหวัดดีเด็กๆ” ทงเฮทักรุ่นน้องที่เดินสโหลสะเหลเข้ามาในห้องพักอย่างร่าเริงตามประสา ไอ้มินโฮเด็กปีนเกลียวเดินเข้ามาหยิบน้ำแก้วไอ้คยูนั่นแหละดื่มอักๆ ไม่มีเกรงใจอะไรกัน เป็นตัวอย่างที่ดีให้น้องคนอื่นๆ จริงๆ 

“วันนี้ซ้อมโหดมากเลยอ่ะ ปวดน่อง” คิมคีย์ เด็กน้อยสายตาพิฆาต ผมเคยเหล่ไปเจอน้องจ้องทีนึง เล่นเอาสันหลังเสียววาบ นึกว่าถูกจิกเสียแล้ว (น้องมันยืนยันว่ามันมองเฉยๆ เอง) ไม่พูดเปล่า เด็กน้อยคิมคิบอมถอดกางเกงสกินนี่รัดติ้วออกตรงนั้นหน้าตาเฉย เข้าใจว่าเป็นผู้ชายเหมือนๆ กัน แต่กูเป็นรุ่นพี่ เคารพหรือเกรงใจพวกกูบ้างดีมั้ยครับน้อง 

“ทำไมเงียบจังเรา เหนื่อยเหรอ” แทมินเป็นลูกรักของทงเฮมันครับ คยูฮยอนถึงจะชอบล้อว่าแทมินเป็นเด็กสร้างบ้าน (ชอบอำ) แต่ก็เอ็นดูน้องชายตัวเล็กไม่หยอก ประหนึ่งว่ามันเป็นพ่อแม่ของน้องมัน 

“ป่าวฮะ แค่หิว” เจอกันทุกที ไอ้เด็กน้อยนี่หิวเป็นอย่างเดียวรึไงนะ 

“ไปช่วยชางมินเอาพิซซ่าในตู้เย็นมาอุ่นดิ เฮ้ยมึง ไปช่วยน้องดิ๊”วงน้องมันก็มีเยอะแยะ ‘ไมมาใช้กูวะ ไอ้เพื่อนเลว ไอ้สองมาตรฐาน 

“เอาแรพคลุมก่อนนะ มันจะได้ไม่แห้ง” บ่นไปกูก็ทำ ผมมันมือวางอันดับหนื่งอยู่แล้ว นึกถึงตอนพี่แจจุงยังอยู่ (หมายถึงยังอยู่ในค่ายนะ พี่แกยังไม่ตายหรอก) ผมมักจะเป็นสมุนมือขวาในการอุ่นสารพัดกับข้าวเพื่อตั้งโต๊ะเสมอ ไอ้เรื่องแผ่รังสีให้อาหารร้อนน่ะขอให้บอกชิมชางมินเถอะ กูเชี่ยว 

“ระวังซิ มันร้อนนะ เดี๋ยวชั้นทำเอง” ดีนะที่กูฝึกมาเยอะ แป๊บเดียวพิซซ่าถาดใหญ่ก็ร้อนหอมฉุยพร้อมกินอยู่กลางห้อง ไม่ต้องแปลกใจ คนเจิมกินคนแรกก็ไอ้มินโฮเนี่ยแหละ ผมเลยต้องคว้าเอาไว้สองชิ้น กลัวเจ้าตัวเล็กมันจะแย่งพี่ๆ มันไม่ทัน 

“เป่าก่อนนะ มันร้อน” อ้าว จะส่งให้ก็ไม่ได้ น้องถือแก้วโกโก้อยู่สองมือแล้วนี่ ผมเลยถือวิสาสะฉีกพิซซ่าเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วป้อนให้จะได้ไม่เปื้อนมือ ชีสยิ่งมันๆ อยู่ เดี๋ยวทำแก้วมัคในมือหลุดหกไปล่ะยุ่งเลย 

“ฮั่นแน่~ ทำไรอ่ะมึง” 

“เห็นกูเพาะเห็ดหอมป่ะล่ะ” มันหรี่ตามองได้กวนตีนมากครับ ไม่ผิดหวังเลยที่พี่คังอินยังต่อสายโทรมาด่ามันแก้เบื่อบ่อยๆ 

“น้องแทมลูกพ่อ มานั่งนี่มา เอาโกโก้มาแบ่งพี่ทงเฮกินด้วยซิ จะได้สูงๆ” น้องเดินดุ๊กๆ ตามที่พ่อมันเรียกไป ว่านอนสอนง่ายเกินไปมั้ย แต่คู้มันโดนทงเฮตีที่บังอาจล้อเลียนเรื่องความยาวของร่างอยู่ น้องเลยเลี่ยงไปนั่งข้างๆ แทน แล้วแม่มันก็จับน้องมาลูบหน้าลูบตา มัดปอยผมยาวข้างหน้าขึ้นให้จะได้ไม่เกะกะ น้องเหมือนตุ๊กตาเลย ใครจะทำอะไร ให้ทำอะไรมันทำตามหมด ไม่รู้ว่าน่ารักหรือหัวอ่อนเกิน 

“คิดไรกับลูกกูป่าวเนี่ย” 

“ตลก อย่ามาขำ” เพื่อนเลวมันกวนตีนมากจริงๆ ผมไม่อยู่ด้วยแล้ว จัดการซัดพิซซ่าเรียบก็ไปห้องซ้อมดีกว่า พี่ยุนโฮมันเสร็จรึยังนะ 



ผมหนีมาอยู่ในห้องซ้อม พี่ยุนโฮไอยู่แล้ว เปิดแน่บซ้อมละครเวทีนู่น แต่ก็ช่างเถอะ งานที่ผมซ้อมมันเป็นงานโซโล่อยู่แล้วไม่ต้องซ้อมกับพี่หมีมันหรอก 

“ผมเข้าไปนะฮะ” เจ้าเด็กน้อยแทมินเดินตามมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ หอบเอาน้ำกระป๋องมาให้ผมเต็มไม้เต็มมือ เจ้าตัวดีวางกระป๋องลงกับโต๊ะแล้วก็มาชะโงกดูเนื้อเพลงในมือผม ทำท่าสนอกสนใจเสียเต็มประดา แน่ละ นี่มันเนื้อเพลงของท่านชิมชางมินนะ ต้องน่าสนใจอยู่แล้ว 

“งั้นผมไม่กวนแล้ว ไปนะฮะ” 

“นายแค่เอาน้ำเข้ามาให้แค่นั้นหรอ” ผมรั้งเจ้าตัวเล็กไว้ต้วยมือเรียวยาวคว้าเข้ากับเอวคอดของน้องแล้วล็อกเอาไว้ เจ้าตัวดูท่าทางตกอกตกใจมากแต่ก็ไม่ได้ดิ้น 

“ฮยอง ปล่อยผมเถอะ” 

“ตอบคำถามมาก่อนซิ” เด็กชายแทมินหันมาเอียงคออย่างใช้ความคิดดูน่ารักน่าชังไปอีกแบบ เค้าจ้องผมด้วยดวงตาแวววาวสดใสแล้วก็ก้มหน้าลงคางจรดกับอก 

“ผมเอาน้ำมาให้แล้วก็อยากอยู่กับพี่” 

“อยากอยู่กับชั้นแล้วทำไมต้องรีบกลับออกไปล่ะ” 

“ผมกลัวจะชอบพี่น่ะซิ” เอ้า เด็กสมัยนี้นี่แปลกคน อยากอยู่ด้วย แต่ก็กลัวว่าจะชอบ 

“ชอบชั้นมันไม่ดีตรงไหน ทำไมต้องกลัว” 

“พี่มีคนที่ชอบแล้ว ชอบพี่ไม่ได้ไงฮะ” เค้าสารภาพเสียงอ่อยบิดเอวหนีจากแขนผมมายืนห่างออกไปอีกสเต็ปนึง 

“ลีแทมินฟังนะ การที่เราชอบใครน่ะถึงเค้าจะมีคนที่ชอบอยู่แล้วก็ไม่จำเป็นว่าเราจะชอบเค้าไม่ได้” 

“แต่มันไม่ดีนี่” 

“ก็ใช่ แต่ยังไม่ทันจะได้ลองชอบเลย จะเลิกได้ยังไง บางทีคนคนนั้นเค้าอาจจะชอบเราก็ได้” 

“ถ้าอย่างนั้นพี่อาจจะชอบผมใช่มั้ย” ลีแทมินฉลาดเป็นกรด เจ้าเด็กตัวเล็กสาวเข้าเข้ามาใกล้ผมแล้วจับมือผมไว้ ผมลูบหัวเจ้าเด็กน้อยเบามือ ผมเค้ายาวแล้วก็นุ่มมาก เด็กสมัยนี้นี่นอกจากตัวเล็ก ผิวนุ่ม กลิ่นหอมแล้ว ผมยังเหมือนลูกแมวอีก 

“ไม่ลองก็ไม่รู้” เจ้าตัวดียิ้มโชว์ฟันซี่เล็กก็ก่อนเดินไปที่โซฟาอีกมุมของห้อง นั่งกอดเข่าเงียบๆ รอดูผมซ้อมต่อแทนที่จะกลับออกไปข้างนอก แต่ผมไม่มีกะใจจะซ้อมแล้ววันนี้เล็กเร็วละกัน คืนนี้ตั้งใจว่าจะอ่านหนังสือสอบด้วย

“ออกไปหาอะไรกินกันมั้ย” 

“พี่จะเลี้ยงเหรอ” ทำตาโตขนาดนั้นหมายความว่าไง ปกติผมมีอิมเมจดูงกขนาดนั้นเลยหรอ ผมไม่ใช่พี่ฮยอกแจหรือพี่แจจุงนะ 

“ตัวแค่นี้ พี่เลี้ยงไหวอยู่แล้ว” เด็กน้อยกระโดดดึ๋งจากโซฟามากอดผมเอาไว้ด้วยความดีใจ กอดอุ่นๆ ของน้องทำให้ผมกอดเค้ากลับ กอดแล้วดีจริงๆ ด้วย Hug เนี่ย ของเค้าดีจริงๆ (ซีดียังขายอยู่ ไปหาซื้อได้นะครับ) 

“ทำอะไรลูกกูครับ” พ่อที่ไม่ได้รับเชิญมาแล้ว มันโผล่หน้าปุๆ ของมันมาหรี่ตาได้กวนตีนเอาโลก ทำเป็นค่อยชำเลืองมองผมทีมองแทมินทีอย่างจับผิด เชอะ คิดว่ากูจะอายหรอ 

“กอดกันอยู่ มึงจะยืนดูมั้ยล่ะ” 

“แทมมี่ การกอดกับคนที่เค้าไม่ได้คิดอะไรกับเราน่ะมีแต่จะเสียกับเสียนะ ถึงจะเป็นผู้ชายเหมือนกันก็เถอะ” 

“แล้วมึงรู้ได้ไงว่ากูไม่ได้คิดอะไรกับน้อง เฮ้ย เชี่ยนี่!” โจวคยูฮยอนมีหน้ามาหัวเราะก๊ากก่อนจะเดินอารมณ์ดีจากไปรายงานผลให้เมียมันฟัง ส่วนเด็กน้อยแสนฉลาดก็เงยหน้ามองผมด้วยสีหน้าสงสัย แต่แก้มเริ่มจะแดงนิดๆ แล้วนะ 

“ผมคิดว่าพี่ยังชอบพี่แจจุงอยู่ซะอีก” 

“กับพี่แจจุง ชั้นชอบเค้า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าชั้นจะชอบคนอื่นอีกไม่ได้ ชั้นกับพี่แจจุงก็ยังคงจะชอบกันแต่เป็นระดับที่ลดลงมาถ้าชั้นเริ่มชอบคนอื่นมากกว่า” 

“พี่ชอบผมมั้ย” สมกับที่น้องมันเป็นลูกของทงเฮกับไอ้คู้จริงๆ 

“ชอบ แต่ก็เพิ่งจะเริ่มชอบ” น้องพยักหน้าหงึกหงัก “ทำให้ชั้นชอบนายมากกว่านี้ซิ” 

โอ๊ะ ผมได้กอดอุ่นๆ ของน้องเค้าเต็มรักอีกครั้งแล้วครับ เด็กน้อยกอดผมแล้วแนบแก้มกับแก้มข้างนึง ผิวเนียนลื่นเป็นไข่ปอกเลย (คู้ กูอดเปรียบเทียบกับมึงไม่ได้จริงๆ ขอโทษว่ะ) 

“ผมจะทำให้พี่ชอบผมมากขึ้นให้ได้ ผมจะชอบพี่แล้ว ผมจะไม่กลัวแล้ว” ผมลูบผมนิ่มของน้องเล่นอีกนิดนึงก่อนจะจูงมือเค้าออกไปหาอะไรกินตามที่แพลนเอาไว้ตอนแรก 



ตอนนี้ผมดำเนินชีวิตโดยมีครอบครัว เพื่อนฝูง อาหาร การเรียนและหน้าที่การงานเป็นหลัก และมีลีแทมินเป็นตัวซัพพอร์ทในเรื่องต่างๆ พอยิ่งสนิทกับน้องมากขึ้น ผมก็เริ่มเห็นในส่วนที่ดีของเค้ามากยิ่งขึ้น ถือว่าเป็นโชคดีของผมที่น้องชอบผมก่อน (แม้เค้าจะพยายามปฏิเสธความรู้สึกมากๆ เพราะกลัวว่าผมจะไม่ชอบตอบก็ตาม) 

นอกจากแทมินที่เข้ามาในชีวิตผมตอนนี้ ผมยังได้เจ้ามินโฮ หมาน้อยหวงกระดูกที่คู้มันเสี้ยมให้ตามมาดูผมกับลูกมันทุกฝีก้าวอีกตัว เจ้ามินโฮจะคอยตามดูผมกับน้องอยู่ตลอดและถ้ามีโอกาสมันก็ไม่ลืมเอาตัวเข้ามาแทรกกลางระหว่างผมกับน้องอย่างแนบเนียน (เบื่อแม่งจริง) แต่ก็เอาเถอะ อย่างน้อยเวลามีพวกมันอยู่ใกล้ๆ ตัวผมก็ไม่ต้องเหงา (แม้จะทนเหงาได้ แต่ผมก็ไม่ค่อยชอบเหงาเท่าไหร่หรอกนะ) แต่มินโฮ มึงไม่ต้องมาทุกเวลาก็ได้ ขอกูมีเวลาเปิดโอกาสให้น้องทำให้ชอบโดยลำพังบ้าง เช่นเย็นนี้เป็นต้น 



- ถึงลีแทมินเด็กดี 

เย็นนี้ไปกินข้าวกับพี่นะ มีร้านอร่อยอีกร้านอยากพาไป อ้อ ไม่ต้องเอาหมามิโนมาล่ะ บอกมันว่ามีธุระที่มันไม่ต้องยุ่ง ส่วนพ่อกับแม่นายเดี๋ยวพี่โทรไปขออนุญาตมันเอง (ที่จริงก็ไม่ต้องโทรหรอก แต่เดี๋ยวนายไม่สบายใจ) Somehow เดี๋ยวพี่โทรหาละกัน จะรออยู่ที่เดิม ที่ของเราอะนะ 

ชิมชางมิน - 



END : 





Kurodo : (ถอนหายใจ) น่ารักเน้อ~ (โหมด : องค์ฟิกตัวเอง)

Comment

Comment:

Tweet