My Security VI

posted on 13 Sep 2011 01:59 by jolynn in Hohyun

 

 

ตอนนี้ผมกำลังอยู่ในโหมดหูหนวกตาบอดแถมยังเป็นใบ้ครับ  และกลายร่างเป็นเพลี้ยกระโดด(ดึ๋งๆ เพราะตูมีขาเดียว) ไปมาทุกทีที่ต้องใช้อากาศหายใจร่วมกับไอ้หล่อมัน 

 

บอกตรงๆ ครับว่าผมเขิน  เขินเอี้ยๆ  ขนาดอาจารย์ให้ไปยืนแก้ผ้าหน้าชั้นตอนป. 3 ยังไม่เขินขนาดนี้เลยให้ตาย!!  อ๊ะ อยู่นิ่งไม่ได้ครับ ไอ้หล่อมันมองมาโน่นแล้ว(กระโดดดึ๋งๆไปอีกทาง)

 

“กระโดดทั้งวัน คุณก็เหนื่อยเปล่า สุดท้ายก็ต้องตอบคำถามผมอยู่ดี” ผมสะดุ้งโหยง คว้าเอาตุ๊กตาปลาโลมาใกล้มือขึ้นมาได้ก็ใช้เป็นดาบป้องกันตัว อย่าเข้ามานะเมิง พ่อเสียบไส้ไหลจริงด้วย

อย่าเข้ามาตอนนี้  กูยังเตรียมใจไม่ทัน!!

 

 

“ชั้นไม่ตอบอะไรทั้งนั้นแหละ ออกไปไกลๆ เลย ถึงเป็นเจ้าของบ้านชั้นก็พลั้งมือทำร้ายได้นะ” ด้วยดาบปลาโลมาเนี่ย

 

เชวมินโฮมันไม่เคยฟังผมตั้งแต่ต้นเรื่องมายังไง ตอนนี้ก็เป็นอย่างนั้นแหละครับ มันปัดดาบเอ็กซ์คาริเบอร์(โลมา)ในมือของผมทิ้งแล้วก็รวบเอาตัวของผมมาจับให้นั่งนิ่งๆ กะโซฟา  ผมฮึดฮัดนิดหน่อยให้รู้ว่าตรูขัดใจนะ(แต่ขัดขืนมันยากจริงๆ) ก็ยอมนั่งลงให้มันลูบหัวลูบตัวให้เย็นลง

 

“ไม่ตอบก็ไม่ตอบ นั่งเฉยๆ ให้ใจเย็นลงก่อนเถอะ ผมไม่คาดคั้น ไม่กวนใจคุณหรอก คนป่วยต้องพักเยอะๆ นะ จะได้หายเร็วๆ” บทจะใจดีมันก็มาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลย นี่มันมีแผนไรป่าวฟระ อดจะคิดไม่ได้จริงๆ

 

“ทานข้าวต้ม ทานยาแล้วก็พักผ่อนซะนะครับ เดี๋ยวคืนนี้ผมจะนอนในห้อง คุณนอนคนเดียวข้างนอกได้นะ” ปกติแล้วทุกคืนมินโฮจะลากเอาหมอนผ้าห่มมานอนที่พรมหน้าทีวี อยู่ๆ วันนี้จะกลับไปนอนห้อง คงเบื่อนอนพื้นพรมแข็งๆ แล้วละมัง  ช่างเหอะ ผมไม่เห็นจะสงสารเลย ทำตัวเองแท้ๆ

 

“เรื่องของนายดิ  นี่มันบ้านนาย นายจะนอนตรงไหนก็ได้ ไม่ต้องมาบอกชั้นหรอก” ครับ เรื่องแบบนี้เราไม่ต้องมาบอกกัน  ผมคว้าชามข้าวต้มมาซดอึกๆ (คือจริงๆ แล้วกูไม่ได้เจ็บไข้ได้ป่วยอะไรนะครับ แค่ขาเป๋นิดเดียวเอง ดูแลซะอย่างกับกูเป็นอหิวา ไม่จ้างพยาบาลพิเศษสวยๆ เอ็กซ์ๆ มาด้วยอีกอย่างล่ะ เชอะ!)

 

 

 

ผมกินข้าวต้มหมดแล้ว ยาก็กินแล้ว ได้เวลาดูการ์ตูนเน็ทเวิร์ค   ชาวเดอร์ก็ Sleep-eater ก็สนุกดีหรอกครับ ถ้าไม่ติดว่าผมดูมาแล้วเป็นรอบที่ร้อยสี่ (มันรีรันจนผมท่องบทตามเป็นภาษาเกาหลีและอังกฤษได้แล้ว) ผมเลยปล่อยให้ไอ้ตัวอ้วนสีม่วงมันวิ่งเล่นในทีวีไปโดยที่ความคิดไม่ได้วิ่งตาม

 

จะคิดเรื่องการเมืองมันก็ไกลตัวเด็กอินดี้อย่างผมไปนิด ผมเลยคิดถึงอะไรที่มันใกล้ตัวกว่านั้น อย่างเช่นเจ้าของบ้านหลังนี้  ครับ ผมคิดถึงเชวมินโฮ!

 

ตั้งแต่เผลอไปสบตาที่ป้อมยามวันนั้นไอ้คุณชายคนหล่อมันก็เข้ามาเวียนว่ายตายเกิดในชีวิตผมประหนึ่งชาติที่แล้วมันเกิดเป็นปลิง ผมเกิดเป็นควาย (แล้วทำไมกูต้องเกิดเป็นควายวะ?) ไอ้ว่าสนุกดีเพราะมีเพื่อนเพิ่มขึ้นก็สนุกหรอก ผมมันคนเฮฮาปาร์ตี้ มีเพื่อนเยอะๆ ก็ดี  แต่ว่าจะดีกว่านี้ถ้ามันไม่มองผมแบบเอ็นดูเหมือนผมเป็นลูกหมาตัวนึง

 

 

 ถ้าตัดเรื่องนั้นออกไป เชวมินโฮนับว่าเป็นคนดีใช้ได้ทีเดียวเลยนะ ติดนิดเดียวตรงที่มันมาแมนทับเส้นผมเนี่ย เมะ กับ เมะ มันจะร่วมทางกันได้อย่างไร  ผมพยายามจะสื่อความนัยไปหลายทีแล้วว่าผมเนี่ยแมนมากๆ เมะค่อดๆ ก็ดูมันเหมือนจะละเลย มองข้าม หรือตาบอดไปซะทุกที  อย่างนี้ใช้ได้ที่ไหนกัน  ผมเป็นเคะก็ว่าไปอย่างซิ แต่หน้าตาผมเนี่ย ส่องกระจกดู ถ่ายรูปออกมาดู ส่องกล้องจุลทรรศน์ดู ตักน้ำใส่กะลาส่องดูยังไงก็หล่อเห็นๆ ไม่ได้น่ารักน่าทนุถนอมอย่างแทมินเด็กดีของพี่ชางมิน หรือสวยเปรี้ยวเยี่ยวเล็ดอย่างคุณคีย์กุนเสียหน่อย มาชอบผมได้ไงวะ ฟ้าจะผ่าตายเอา

 

 

เอ๊ะ หรือว่ากูจะน่ารักจริงๆ น่ารักแบบไม่รู้ตัว เป็นความอ่อนหวานพันธุ์ใหม่ของโลก(ที่มีแต่ไอ้มินโฮมองเห็น)  อย่างนี้ผมควรลองไปอ่อยพี่คยูฮยอนหรือพี่ top วง bigbang เพื่อลองเชิงความสวยของตัวเองดูก่อนมั้ย?

 

 

 

 

ถุย!

 

 

แค่คิดข้าวต้มที่กินไปเมื่อกี๊ก็ทำท่าจะขย้อนออกมาแล้ว คิดอะไรเนี่ยคิมจงฮยอน  บ้าไปแล้ว!!

 

 

 

ขณะที่ผมกำลังคิดเพลิดเพลินไปถึงไหนต่อไหน (สาบานว่าแค่คิด ไม่ได้อยากลองทำหรอกนะครับ) ขาวเดอร์ก็จบซะแล้ว ต่อมาเป็นเรื่องเจนเนอเรเตอร์เอ็กซ์ ผมไม่ค่อยชอบเรื่องนี้เท่าไหร่ (เบนเทนสนุกกว่าเยอะเลย) จะบิดไปหาเพลงลูกทุ่ง บ้านไอ้หล่อนี่ก็รับแต่ cnn, nbc, bbc  ไม่คิดจะเสพความบันเทิงของวงการ T- country pop บ้างรึไงกันนะ  กดหาไม่เจอสุดท้ายผมก็เลยปิดทีวีแล้วตัดสินใจนอน

 

 

 

ผมนอนไม่หลับ

นั่นไม่เกี่ยวกับการนอนกลางวัน ปกติแล้วเวลาหัวถึงหมอเวลาไหนผมก็นอนทั้งนั้นแหละ (พ่อบอกว่าจงฮยอนเป็นเด็กกินง่ายนอนง่าย)  จะว่าแปลกที่ก็ไม่ใช่ ผมนอนที่นี่มาหลายวันแล้ว  แต่คืนนี้เป็นคืนแรกที่ต้องนอนคนเดียวไม่มีไอ้หล่อมานอนที่หน้าทีวีให้เกะกะลูกกะตา

นอนคนเดียวที่บ้านคนอื่นก็รู้สึกแปลกๆ ไปบ้างนิดหน่อยแถมคืนนี้ยังมืดแล้วก็เงียบสงัดเสียอีก  ผมน่าจะชินกับความมืดแล้วนะ อาชีพยามรักษาการนี่ต้องอยู่ตัวคนเดียว แถมยังเผชิญกับความมืดเกือบตลอด(ผมอยู่กะกลางคืน) อยู่ๆ ไหงนอนแล้วรู้สึกหวาดๆ แบบนี้ฟระ? บ้านไอ้หล่อมันเลี้ยงกุมารทอง รัก-ยม เอาไว้ป่ะเนี่ย ถ้าเลี้ยงจริงเมิงรีบกลับมาล่ามเอาไว้เลย กูไม่สนิทกับสิ่งมีชีวิตพวกนี้เว้ย

 

สันหลังผมเย็นวาบจนขนลุกไปทั้งตัวเพราะดันแว่วเสียงกุกกักจากไหนก็ไม่รู้ มองซ้ายมองขวาก็เจอแต่ความมืด (ผมดับไฟแล้ว) เฮ้ย แบบนี้ไม่สนุกนะ ถ้าเป็นในภาวะปกติที่ขาของผมแข็งแรงก็ยังพอว่า แต่นี่มันพันผ้าเป็นมัมมี่อยู่ จะกระเดกหนีก็เกรงว่าจะไม่ทันเอา อย่าล้อเล่นกันแบบนี้นะ!!

ผมกอดตุ๊กตาชินเอมอลโรลเอาไว้แน่นพลางหลับตาปี๋ อย่างน้อยก็ไม่ต้องเห็นมันในกรณีที่เราต้องโคจรมาเจอกันจริงๆ  เสียงดังรู้สึกใกล้เข้ามา ผมชันเข่าข้างที่ไม่เจ็บสูงขึ้นพยายามจะกระถดตัวหนีแต่นี่มันก็ติดเก้าอี้แล้วนี่นา ตายๆๆ ในใจผมพยายามคิดถึงไม้กางเขน พระเจ้า พระพุทธเจ้า พระอัลเลาะห์ แล้วก็ทวยเทพองค์อื่นๆ ยันไปถึงมหาเทพโพไซดอน ช่วยลูกช้างด้วย คืนนี้น(หรือคืนไหนก็ตาม) ลูกช้างไม่อยากเจอผีเลย  โฮ!!

 

ผมอาจจะคิดสะเปะสะปะไปหน่อย เลยไม่มีเทพองค์ไหนยอมมาช่วยเลยซักผม แล้วปลายเท้าผมก็โดนอะไรบางอย่างคว้าหมับเข้าให้ เฮือกกก!!! ไม่นะ จูออน ซาดาโกะ พรุ่งนี้จะตื่นเข้าทำบุญกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลไปให้อิ่มๆ นะ ปล่อยผมเถอะ อย่าทำผมเลย 

“จงฮยอน เป็นอะไร” ถึงเมื่อหลายชั่วโมงก่อนหน้านี้ผมจะนึกรำคาญเสียงไอ้หล่อมันสุดหัวใจ แต่ตอนนี้ผมดีใจมากที่ได้ยินเสียงมัน ลืมตาโพลงขึ้นก็เจอมันนั่งบนเข่าอยู่ข้างโซฟา ฮือออ รอดแล้ว ผมคว้าหมับเอามันมายึดเป็นที่พึ่งเอาไว้อย่างเร็ว ใจก็เต้นตึกๆๆๆ ไปด้วยเพราะความกลัว  ซาดาโกะ(นามสมมุติ) ปล่อยมือจากเท้าผมไปแล้ว ความอบอุ่นของไอ้หล่อมันกลับเข้ามาแทนที่

“เป็นอะไร ร้องไห้ทำไมครับ ผมอยู่นี่แล้ว บอกซิเกิดอะไรขึ้น ใครรังแก” ผมร้องไห้อยู่เหรอ? ไม่ใช่ซะหน่อย  เพราะตกใจมากน้ำตาเลยไหลออกมาต่างหาก  ผมยังเสียขวัญหาคำตอบมาบอกมันไม่ได้เลยเกาะนิ่งเป็นลูกลิงอยู่กะอกมันอย่างนี้ไปก่อน อุ่นใจดี  เผื่อซาดาโกะเกิดเปลี่ยนใจหวนกลับมาหาอีกในนาทีสองนาทีนี้ผมจะได้มีที่พึ่ง

“อย่าพึ่งปล่อยนะ”  ผมยังล็อกคอมินโฮเอาไว้เหนียวแน่น มันก็ทำตัวเป็นที่พึ่งชั้นเริ่ดด้วยการไม่ไปไหน ยอมให้ผมใช้เป็นโล่กำบังต่อไปอีกนิดจนผมมั่นใจแล้วว่าซาดาโกะคงไปทำภาระกิจอย่างอื่นแล้วถึงยอมปล่อยมือออกจากคอมัน

พอหลายกลัวผมก็รู้สึกเขินขึ้นมาแทน เขินเอาดื้อๆ จนแก้มทั้งสองข้างร้อนจัด  ผมกับมันอยู่ห่างกันแค่ระยะกล่องไม้ขีดไฟ มันมองผมด้วยสายตาอ่อนโยนอย่างที่ชอบมองบ่อยๆ ค่อยๆ ยกมือขึ้นมาแตะปาดซับเอาน้ำตาออกจากแก้มผมเบามือ หน้าผมต้องใกล้จะไหม้แล้วแน่ๆ สุดท้ายก็ทนสบตามันไม่ไหว ต้องก้มหน้าลงจรดกับอกแต่ก็ถูกมันคีบปลายคางแล้วเชิดขึ้นมาสบตากะมันอยู่ดี

กลิ่นตัวมันหอมมากครับ อันนี้คอนเฟิร์ม ผมอยู่ใกล้ๆ แบบนี้ได้กลิ่นชัดเจนดีทีเดียว สายตาคมจ้องมองผมยังกะจะพิเคราะห์ชั้นหนังกำพร้า เอ๊ะ หรือมันจะมองสิวที่ข้างจมูกผมกันแน่ เม็ดนั้นเพิ่งจะขึ้นด้วย

 

ผมรู้แล้วครับว่ามันไม่ได้เมนชั่นที่หัวสิวของผม สายตากดลงมาเล็กน้อย คำนวนองศาตามหลักฟิสิกข์แล้วกตกกระทบริมฝีปากผมพอดิบพอดี  มันจ้องมองอยู่นานก็ตัดสินใจโน้มตัวเข้ามาแล้วในนาทีนั้น มันก็จูบปากผม!!!

สัมผัสร้อน อุ่น นุ่มของเนื้อบางๆ ตอนเราแตะกลีบปากกันมันให้ความรู้สึกที่บอกถูก ริมฝีปากล่างของผมถูกดูดงับจากอีกฝ่ายอย่างจงใจก่อนจะค่อยปรับเลื่อนองศาขึ้นมาอีกนิดแล้วบดจูบลงมาอีก 

หัวผมตื้อแล้วก็หมุนวนยังกะเครื่องปั่นผ้า รู้อีกทีมือนึงก็ยันกับอกของมันที่คร่อมตัวผมไว้ส่วนอีกมือก็แตะประครองใบหน้างดงามอลังการของมันเอาไว้อย่างอดใจไม่ไหว ไม่รู้ว่านาแค่ไหนแต่ปากผมร้อนจะเห่อไปหมดมันก็ยังไม่หยุด จูบเอาจูบเอาจนผมหายใจหอบฮั่กๆ ก่อนจะละปลายลิ้นออกจากกลีบปากตึงของผมไปโดยมีน้ำใสๆ เชื่อมต่อกัน

 

ชิท!! หัวใจผมจะวาย   นาทีแรกก็ผี นาทีต่อมาก็จูบกับไอ้หล่อ แต่ที่ตกใจที่สุดก็คือนอกจากผมจะไม่ปัดป้องมันออกไปแล้ว ผมยังให้ความร่วมมือทั้งเปิดปาก จูบตอบแถมประคองแก้มมันเอาไว้เสร็จสรรพ!! โว้ยยยย  รู้ถึงไหนอายถึงนั่น  ผมทำไปได้ไงฟระ  ถ้าพ่อรู้นี่ได้ตีตายแหงๆ เลย

“ร้องไห้อีกแล้ว” ก็ว่า ทำไมหางตาร้อนๆ วันนี้ท่าทางผมจะขยันเสียน้ำตาบ่อยจริง แนะ เพิ่งจะจูบปากผมไปคราวนี้เลื่อนขั้นขึ้นมาจูบหางตาผมแล้วซะงั้น

“ไม่เอานะ!”

“จะปฏิเสธก็ให้มันเข้มแข็งกว่านี้หน่อยซิคิมจงฮยอน” ก็อยากอยู่ ติดนิดเดียวตรงผมไม่มีแรง เล่นมาสูบแรงออกจากปากไปอย่างนี้มันขี้โกงนี่นา!! จะมีแรงป่านนี้พ่อจะด่าแถมซัดให้ด้วยกำปั้นนี่!!

“เมื่อกี๊มีอะไรเหรอ?” ยังจะหน้าด้านมาถาม เมื่อกี๊มีอะไร เดี๋ยวพ่อถวายจระเข้ฟาดหางซะเลยนี่ (ถ้าไม่ติดว่าขาเจ็บนะ)  “ร้องไห้ทำไม”

“ก็ผี บ้านนายเลี้ยงเอาไว้เหรอ? มันรังแกชั้น ทำโทษมันเลย”

“จงฮยอน ผีนะไม่ใช่หมา จะได้เลี้ยงเอาไว้หรือให้ไปทำโทษได้” ทำไมล่ะ ทีผีอิเม้ยที่ดูในทีวียังเลี้ยงได้เลยนี่

“ก็มันทำให้ชั้นกลัว” เฮ้ยอย่ามายิ้มมุมปากปนเอ็นดูแบบนั้น ลามปามเกินไปแล้วนะ

“มันไปหมดแล้วล่ะ นอนเถอะ นี่ทานยาก่อนนอนรึยัง”

“กินแล้ว กำลังจะนอนนี่แหละ”   ผมขยับตัวเบียงหลบ ท่านี้ล่อแหลมเกิ๊น ไม่แมนเลย   ออกไปจากตัวชั้นนะเชวมินโฮ

“งั้นก็นอนได้แล้ว” ไอ้หล่อมันจัดการดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมผมจนชิดคาง ตบหมอนตบฟูกลูบหน้าหลูบหลังให้ผมหลับ

 

เฮ้ย!! ไม่จริง  ผมห้ามตัวเองไม่ได้  ไม่ได้ตั้งใจเลยซักนิดจริงๆ นะครับ  ผมไม่ได้ตั้งใจรั้งชายเสื้อนอนมันเอาไว้จริงๆ  แบบนี้มันเสียงเชิงขายเป็นที่สุด ไม่จริง รับไม่ได้ T^T

“มีอะไร?” ไอ้นี่ก็นะ จูบปากกูไปแล้วยังจะมาทำเสียงเย็นชาใส่ เดี๋ยวพ่อก็แบลคเมล์กับสวยเฉี่ยวคิมคีย์ซะหรอก

“ก็ วันนี้นายไม่นอนตรงหน้าทีวีเหรอ?”  หึ  ผมได้ยินเสียงหึในลำคอมันชัดเจนเลยครับ

“กลัวเหรอ?” ผมพยักหน้ารัวๆ เรื่องแมนก็ส่วนนึง แต่เรื่องกลัวผี ยอมรับด้วยอกสามศอกครับว่ากลัว

“วันนี้มีงานต้องทำ เลยเข้าไปเขียนแบบในห้อง  เอาอย่างนี้ละกัน”

 

อย่างนี้ของมันคือย่างสามขุมเข้ามาช้อนเอาตัวผมที่นอนแหมบอยู่บนโซฟาขึ้นด้วยท่าเจ้าสาว!! (แต่ผมไม่ได้เป็นเจ้าสาวมันนะครับ) แล้วอุ้มผมผ่านห้องโถงไปยังห้องด้านในที่ผมเดาเอาว่าเป็นห้องนอนของมัน

เชวมินโฮวางผมลงกับเตียงขนาดใหญ่ เท่าพี่คยูฮยอนนอนผึ่งได้ 4 คนลงอย่างเบามือ  ห้องสีกรมท่าที่ถูกจัดไว้อย่างลงตัวสไตล์โมเดิร์นมีโต๊ะเขียนแบบที่เปิดไฟเอาไว้มุมด้านนึง พอวางผมลงกับเตียงเรียบร้อยก็จัดแจงไปทำงานต่อทันที  ท่าทางจะรีบมาก (รีบมาแล้วทำไมตอนจูบกะตรูอ้อยอิ่งจังฟระ)

“นอนก่อนได้เลยนะ  ขอผมทำงานก่อน”

“ถึงนายไม่บอกชั้นก็นอนอยู่แล้ว”

“Good night ครับ”

“อะ เออ good night”

 

ผมนอนมองแผ่นหลังของมันพลางคิดอะไรเรื่อยเปื่อย  จิตใจพาลจะไม่อยู่กับเนื้อกะตัวจนต้องละสายตาจากแผ่นหลังของมันมามองแชนเดอเรียเพดานแทน  แต่พอคิดถึงจูบเมื่อกี๊ ใจพาลจะไม่อยู่กะเนื้อกะตัวมากกว่าเดิมอีก (หน้าก็ร้อนขึ้นมาซะอย่างนั้นด้วยครับ -//////- )

 

 

แต่คิดอีกที!!!  นั่นมันจูบแรกของท่านจงฮยอนนะ!!  

 

เฮ้ย!!  รับผิดชอบมาเลย               

 

TBC

 

 


Comment

Comment:

Tweet

ไรเตอร์~ เค้าชอบเรื่องนี้มากกกก
อ่านซ้ำไปมาหลายรอบเลย กลับมาดูทีก็อ่านที
คืออ่านจนจำไดอะล็อกได้แล้วอ่ะ แต่ก็ยังอ่านอยู่ 55
ยิ่งช่วงนี้โมเมนท์เยอะต่อมโฮฮยอนร่ำๆจะระเบิดนะพูดจริง ~กิกิ
มาต่อเถอะนะคะ มันเป็นการรอคอยที่ยาวนานมาก
แต่ก็ยังหวังว่าไรท์จะกลับมาต่อ #เป็นเอามาก 55

#2 By lullaby (103.7.57.18|58.9.203.12) on 2013-05-30 00:07

^^
งั้น...ก็แปะไว้ครึ่งหนึ่งก่อน
แล้วกลับมาดิทมาเม้นท์ให้ได้ป่ะล่ะ อิอิ ^{}^
โอ้โห....ปล่อยให้รอมาตั้งชาติครึ่ง
เข้ามาส่องแล้วส่องอีก
ถ้าจีบสาวนะ..ป่านนี้ก็...ลูกสองแระ
ลูกคนแรกเรียนมหา'ลัยปี 1 อีกต่ะหากเหอะ

ไรท์เตอร์ง่า...
ยิ่งหาโฮฮยอนอ่านทำยายากอยู่
ไรท์เตอร์ก็ยังมาแกล้งดองให้รอเงกอีกอ่ะ..เว๊!~~
บ่นงึมงำๆๆๆๆๆ
นี่ขนาดโฮกับฮยอนเค้าสวีทวี๊ดวิ๊วจุ๊บกันไม่แคร์สื่อแระน๊า
มาต่อให้ไวเหอะ นะๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
พลีสสสสสสสสสสส ^w^

#1 By kimaueng (223.207.174.189) on 2011-09-19 22:41