My Security V

posted on 17 Apr 2011 23:40 by jolynn in Hohyun
.
 
 
 

คราย~ จ่ามารู้ววว ฟามทู๊กที่ราวมี~~~

คราย~ จ่ามารู้ววว ฟามเศร้าจายยยยย~~

 

                บ่นไปก็แค่นั้นแหละครับ ผมกลายเป็นลูกไม่มีพ่อไปซะแล้ว(พ่อผมยังมีชีวิตอยู่นะครับ แถมยังอยู่ดีกินดีเสียด้วย) พอออกจากโรงพยาบาล แทนที่จะได้กลับไปนอนเตียงนุ่มๆ ที่คุ้ยเคย  ผมกลับโดนไอ้หล่อมันลักพาตัวมายังหมู่บ้านคุ้ยเคย (ที่ทำงานผมเอง) แล้วก็มาจอดอยู่หน้าบ้านหลังใหญ่ที่เคยแต่ขับจักรยานคู่ชีพผ่าน ไม่คิดว่าจะได้แวะมาอยู่อาศัยแบบนี้

               

                ไอ้หล่อแปลงสภาพห้องโถงรับแขกกลางบ้านให้กลายเป็นห้องส่วนตัวของผมไปแล้วครับ โซฟาตัวยาว(กว่าตัวตรู) แผ่หลาเป็นเตียงที่ประดับด้วยฟูก ผ้านวมและหมอนนุ่มๆ ทุกขนาด กับตุ๊กตาเป็ดสีเหลืองสดอีกตัวนึง ส่วนผมก็มีหน้าที่เดินกระย่องกระแย่งไปตามสังขารจะอำนวย ไม่ดูทีวีก็อ่านหนังสือไปตามเรื่อง เจ้าบ้านเค้าไม่ยอมให้ทำอะไรครับ

“ขอร้องเถอะ ชั้นไม่ได้เป็นง่อย แต่ออกไปเซเว่นหน้าปากซอยเอง น้า~”  ถึงหนมบ้านไอ้หล่อมันจะไฮโซก็เถอะ คนเท่ห์ๆ อย่างผมน่ะไม่ลืมกำพืดตัวเองหรอก คิดถึงหนมบ้านๆ อย่างโปเต้ เลย์ ปาปริก้าจะแย่อยู่แล้ว

“มันอันตราย อยากกินอะไรล่ะ จดมาเดี๋ยวให้อนยูมาส่งที่บ้านก็ได้”

“เซเว่นนะ ไม่ใช่ KFC หรือ Pizza จะได้ดิลิเวอรี่” ถ้าไม่ได้ไปเดินเลือกด้วยตัวเองก็ไม่มีความหมายอ่ะเด่ะ ไม่เข้าใจโลกของเซเว่นีเลฟเว่นเสียจริงๆ

“ได้ ไม่ใช่เรื่องยากเสียหน่อย อยากกินอะไรอ่ะ” หึ คิดว่าผมจะยอมตอบเหรอ? ไม่มีทาง ผมพ่นลมหายใจออทางจมูกแรงๆ แล้วกอดอกสะบัดหน้าพรืดไปอีกทาง ตอนดูละครแล้วนางเอกทำท่านี้ทีไรนะ พระเอกเป็นเสร็จทุกราย ได้ทุกอย่างตามที่ชีขอ

 

โอเค ผมมันไม่ใช่นางเอก ไม่มีทางใช่ด้วย(หล่อๆ อย่างนี้ต้องเป็นพระเอกสถานเดียว!!) คนอย่างคิมจงฮยอนก็ได้แต่ซึมซับความผิดหวังไปซิ ไอ้เราก็อยากออกไปสูดอากาศข้างนอกนอกจากบ้านบ้าง อุตส่าห์ได้ออกจากโรงพยาบาลแล้วแท้ๆ น้อยใจอย่างนี้ก็ทำได้แค่เดินตุปัดตุเป๋มานั่งซึ้งที่ชิงช้าริสนามหญ้าแค่นั้น

“จงฮยอนนี่ วู้ว!” โอะ เพื่อนอนยูนี่นา ผมพยุงตัวลุกขึ้นโบกไม้โบกมือให้เพื่อนหน้าขาว ขาวซีดเป็นเต้าหู้เชียว ทำงานกะกลางคืนก็เงี้ย ไม่ค่อยได้เจอแสงตะวัน

“ว่างาย~ ลมอะไรหอบนายมาที่นี่”

“ไม่มีลมอะไรหรอก เอาขนมมาฝาก คุณมินโฮบอกว่านายอยากกินขนม ชั้นเลยซื้อของที่นายไปซื้อบ่อยๆ มาให้กิน” นี่ซินะ บริการดิลิเวอรี่ของไอ้คนหล่อมัน เชอะ เค้าอยากเดินไปซื้อเองหรอก

“แต๊งกิ้ว เข้ามาก่อนดิ นั่งคุยกัน”คนเหงาๆ อย่างผมถือวิสาสะแอ๊บเป็นเจ้าบ้านเชื้อเชิญเพื่อนตัวขาวเข้ามาเสียอย่างนั้น ไม่เป็นไรหรอกมั้ง แค่นี้ไอ้หล่อมันไม่บ่นหรอก (ถ้ามันบ่นขึ้นมาก็แค่แกล้งตาย ไม่ก็สำออยปวดแผลเอาละกัน)

“ไม่ล่ะ เดี่ยวเราต้องไปแล้ว คุณเค้ารอ” คุณที่ไหนฟระ ผมชะดงกหน้าผ่านลูกกรงเหล็กสีดำแสนอลังการออกไปมอง โอ้โห รถออดี้สีขาวคันเท่ห์ มีผู้ชายหล่อมาก ถึงมากกว่า และมากที่สุดนั่งอยู่คนนึง

“ใครอะ?”

“เอ่อ คุณชีวอน เค้าเป็นพี่ชายของเพื่อนน่ะ” หึหึ พี่ชาของเพื่อนเนี่ย น้ำเสียงที่แนะนำไม่ค่อยให้ความรู้สึกตามนั้นเลยน้า จินกี~ โอเค คนเรามันแข่งเรือแข่งพายอ่ะแข่งได้ แต่ไอ้แข่งบุญแข่งวาสนานี่ซิ เห็นจะไม่ได้ซินะ

“อื้ม พี่ชายของเพื่อน” ผมแกล้งทวนให้คนหน้าขาวเขินเล่นๆ อีกนิดนึง เห็นเพื่อนยามดึกอายม้วนก็นึกบรรลุวัตถุประสงค์ กล่าวขอบคุณแล้วโบกมือไล่คนมีพันธะ เอ๊ย ธุระให้กลับไปที่ชอบๆ

 

“อร่อยมั้ย?” เชอะทำมาเป็นพูดดี ขนมแค่นี้ง้อชั้นไม่ได้หรอกเว้ย ผมหันทั้งตัวหนีคนใจร้ายที่ไม่ยอมให้ไปเซเว่น ทำได้ลำบากนิดหน่อยเพราะร่างกายไม่ค่อยจะสมประกอบ

“กินแต่ขนมไม่ค่อยมีประโยชน์ ร่างกายจะไม่ค่อยเจริญเติบโตนะ” ผมคิดไปเองรึเปล่าครับว่าไอ้คุณชายมันเน้นคำว่าเจริญเติบโตจัง

“เรื่องของชั้น”

“ดื้อจริงๆ ด้วย  คุณลุงบอกว่ายังไงน้า ถ้าดื้อก็ให้ตีได้ใช่มั้ย” ดูมันครับ มีมาทำขู่ เอาพ่อมาบลัฟเรอะ คิดว่าท่านคิมจงฮยอนจะกลัวรึไง (ถ้าพ่ออยู่ก็กลัวนิดหน่อยครับ)

“ลองตีดูเด่ะ พ่อจะสวนกลับให้เขียวเลย” แมนมาๆ จงฮยอน กลัวอะเด้ ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงซะแล้ว เล่นกับใครไม่เล่น มาเล่นกะท่านจงฮยอนคนนี้

“ใจร้ายจังนะ” ไม่เคยได้ยินรึไงว่าคนหล่อมันจะใจดำและเย็นชา รู้ฤทธิ์แล้วซินะ

“ก็เป็นบางคน นายยังใจร้ายกับชั้นก่อนเลย”

“ผมไปใจร้ายกับคุณตั้งแต่เมื่อไหร่”

“ห้ามไม่ให้ออกไปไหน ห้ามทำโน่นทำนี่ ห้ามกลับบ้าน นี่ยังไม่ใจร้ายรึงห๊ะ?”

“ผมไม่ได้ใจร้ายซักหน่อย” อย่างนี้ไม่เรียกใจร้ายแล้วเรียกอะไรฟระ หนอยๆ อย่ามาสำบัดสำนวนนะ!

“ผมเป็นห่วงต่างหากเลยไม่อยากให้ไปไหน” เอ่อ.....

“ถ้าอยู่คนเดียวมันก็อันตรายเกินไป ออกไปข้างนอกก็ยังไม่แข็งแรงพอ ผมห่วงไปหมด กลัวว่าคุณจะเจ็บ กลัวว่าคุณจะไม่หายเสียที กลัวนั่นนี่ไปหมด ประสารใกล้จะหลอนแล้วเนี่ย ผมผิดด้วยเหรอ?”

 

คำตอบคือผิดครับ ผิดมากๆ ผิดที่สุด!!!

 

ผิดตรงมาทำให้ใจของคิมจงฮยอนบีบรัดตัวเสียแปลบปลาบ รวดร้าวจนต้องเอามือมากุมไว้ ผิดที่ทำให้ตกใจ กล้าดียังไงมาทำแบบนี้!!!

“ชั้นเป็นผู้ชายที่ประกอบอาชีพเป็นยามรักษาการนะ ชั้นเข้มแข็งและแข็งแรงมากพอที่จะใช้ชีวิตห่ามๆ เยี่ยมผู้ชายคนนึง ชั้นดูและตัวเองได้และทำมันได้ดี มนไร้สาระเกินไปแล้วที่นายจะมาจำกัดชีวิตชั้นเอาไว้ ชั้นไม่น่าบ้าจี้มาอยู่บ้านนายเลยให้ตายเหอะ”

“อย่ามองความห่วงใยของผมเป็นเรื่องไร้สาระเลย” เหอะ ....

“ชั้นยืนยันอีกครั้งว่าชั้นดูแลตัวเองได้ มินโฮ ขอบคุณมากสำหรับความห่วงใย”

“ขอบคุณแล้วก็ช่วยน้อมรับมันเอาไว้ด้วยเถอะครับ”

“รับเอาไว้มันทำให้ชั้นลำบากใจนะ บอกตรงๆ ว่าชั้นไม่อยากรับมันเพราะความห่วงใยของนายมันจะทำให้ชั้นอ่อนแอลง ชั้นกลัวว่ามันจะชิน ชินจนถ้าวันนึงถ้าเกิดว่าชั้นไม่มีนายคอยดูแลขึ้นมา ชั้นจะใช้ชีวิตลำบาก”

“แค่รับปากผม ผมสัญญาว่าจะไม่ปล่อยให้คุณมีวันนั้น” เฮ้ นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย หลงประเด็นกันไปใหญ่แล้ว

“เอ่อ มันเรื่องเดียวกันมั้ยอ่ะ”

“เรื่องเดียวกันซิครับ” แนะ มีมายิ้มตาปิดอีก ตลกตายอ่ะ

“แล้วชั้นต้องรับปากอะไรนายไม่ทราบ?”

“ก็แค่รับปากผม ถ้าคุณอยากให้ผมดูแลคุณตลอดไป”

“เชวมินโฮ ชั้นเพิ่งจะบอกนายไปหยกๆ ว่าชั้นดูแลตัวเองได้ ประสาท”

“แต่ผมอยากดูแลนี่”.... หืม? จะมาอยากดูแลผมทำไมกัน

“คนเรามีสิทธิ์จะดูแลคนที่เราชอบไม่ใช่หรือไงครับ”

 

ห๊า?  ว่าไงนะ!!!

TBC..


 
 

Comment

Comment:

Tweet

หุๆ คิมจงจ๊ะ..
หายตกใจยังอ่ะ..
ขวัญเอ๊ยขวัญมา..อิอิ
หายตกใจแล้วก็ตัดสินใจซะนะ
ตัดสินใจถูกต้องแถมบ้านหร้อมเจ้าของบ้านฟรีตลอดชีพ
ติดสินใจผิด..หุๆ..
ถอนขนเป็ด(ตรงไหนดีน๊า..^{+++}^) วันละเส้นๆ
จนกว่าจะตัดสินใจใหม่(ให้ถูกใจใครบางคน..ลุ้นอยู่เลย)

คุณชายมิโน..นายอ่ะมันร้าย
ใช้วาทะกรรมรวบหัวรวบหาง
เอ๊ย..รวบรัดตัดความ
(จริงๆ อยากให้รวบหมดแหล่ะ คริๆ)
ถ้าบอกว่า..
อาชีพเสริมเป็นทนายความ
งานอดิเรกเป็นอัยการ..ชิมิ?...
เชื่อสนิทใจเลยเหอะ

รอคำตอบด้วยใจระทึก ตึ๊กๆๆๆ

#1 By kimaueng on 2011-04-18 16:06