[Fic]>>Obviously [明明就] >>1ST (TAO x HUN)

posted on 25 Feb 2013 23:20 by jolynn in EXOFICTION

First...

.

.

.

.

.

.

.

 

 

 

 

“อีกทีได้ป่ะ”

 

หวงจื้อเต๋าไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเปล่งเสียงทุ้มต่ำแสนเซ็กซี่ได้ขนาดนี้มาก่อนในชีวิต และเค้าก็ไม่เคยคิดมาก่อนเช่นกันว่าตัวเองจะพูดคำนั้นระหว่างที่ปลายนิ้วทั้งห้ากำลังไล้ไปทั่วแผ่นหลังบอบบางแสนจะเย้ายวนของโอเซฮุนเพื่อนรัก

 

“ไม่” คนที่นอนคว่ำอยู่กับเตียงปฏิเสธด้วยเสียงหงุดหงิด กว่าจะรู้ตัวปลายนิ้วของอีกฝ่ายก็ล่วงล้ำไปยังบั้นท้ายเปล่าเปลือยของตนเสียแล้ว

 

“หยุดเลยมึง”

 

“เซฮุนอ่า” จื้อเต๋าส่งเสียงแสนจะเซ็กซี่อ้อนอีกครั้ง แต่ก็ไม่เป็นผลเมื่ออีกฝ่ายรวบผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาบังร่างเปลือยของตน เมื่อเห็นว่าไม่เป็นผลแล้วชายหนุ่มก็ถอดใจล้มลงกับเตียงหลังกว้างอีกครั้ง

 

 

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หวงจือเต๋ามีสัมพันธ์ทางเพศกับโอเซฮุน มันไม่แปลกที่เด็กหนุ่มหน้าตาดีสองคนจะร่วมรักกัน แต่มันน่าแปลกตรงที่หวงจื้อเต๋าและโอเซฮุนเป็นเพื่อนรักกัน อย่างน้อยจื้อเต๋าก็คิดอย่างนั้น

 

เค้าและเซฮุนพบกันที่มหาวิทยาลัย เพราะบุญทำกรรมแต่งแต่ชาติปางหลังทั้งคู่เลยเป็นเพื่อนร่วมคณะกัน จื้อเต๋าเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนจากประเทศจีน เขาติดเพื่อนตัวขาวโดยง่าย   คิมจงอิน เพื่อนอีกคนบอกว่าอาจเพราะเซฮุนมีสัญชาตญาณของความเป็นแม่สูง จื้อเต๋าที่ติดแม่เลยหลงเอาง่ายๆ

 

แต่นั่นก็แค่ข้อสันนิษฐานของคิมจงอินแค่นั้น

 

 

 

“มึงไม่เข้าเรียนหลายคลาสแล้ว อาจารย์เริ่มจะหมายหัวแล้วนะ”

 

“ฝากบอกอาจารย์ทีว่าเดี๋ยวคาบหน้ากูเข้า อย่าพึ่งคิดถึงกูมาก” เซฮุนเบ้ปาก แต่เค้าไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับจื้อเต๋ามากเท่าไหร่ อีกไม่นานก็จะเริ่มคลาส คนขยันแต่เรียนไม่ค่อยเก่งอย่างเซฮุนต้องเตรียมตัวเข้าเรียน ไม่เหมือนกับพ่อตัวดี รายนี้เรียนเก่ง หัวดี แต่ติดที่ขี้เกียจ   นานๆ ครั้งถึงจะโผล่หน้าเข้าไปเรียนที แต่กลับไม่เคยสอบตก

 

“แต่งตัวเสร็จรึยังล่ะ เดี๋ยวกูขับรถไปส่ง”

 

“ถ้าถึงขั้นขับไปส่งได้ ทำไมไม่เข้าเรียน”

 

“ก็...........  เอ่อ.......... ก็.................. นัดกับเอเลนน่าไว้”แก้มขาวๆ ของเซฮุนระเรื่อเป็นสีชมพู เด็กหนุ่มหันไปอีกทางและเก็บข้าวของเงียบๆ โดยไม่พูดอะไรอีก ซึ่งน่ากลัวมากในความคิดของจื้อเต๋า

 

นอกจากจะไม่พูดด้วยแล้วแม้แต่หน้าของจื้อเต๋าเซฮุนก็ไม่อยากจะมอง คิดแล้วเจ็บใจชะมัด ถึงเซฮุนจะไม่ถือเรื่องที่ตัวเองนอนกับอีกฝ่ายเป็นจริงเป็นจัง แต่มันอดคิดไม่ได้ เพิ่งมีอะไรกับเค้าไปหยกๆยังจะมีหน้าออกไปเดทกับสาวอีก มันน่าโกรธมั้ย

 

“อย่างอนซิ เวลางอนแล้วไม่สวยนะ” คนชะตาใกล้ขาดมักไม่รู้ตัวเอง การเล่นไม่รู้จักเวล่ำเวลาทำให้เซฮุนโกรธมากขึ้นไปอีก

 

“หลีก   กูจะไปเรียน” เสียงเรียบๆ ของเซฮุนทำเอาเด็กหนุ่มเย็นวาบไปทั้งไขสันหลัง เมื่อเค้าขยับตัวให้พ้นวถีไม่ทันใจ อีกฝ่ายก็ดันเค้าออกด้วยมือบอบบาง

 

“เซฮุนอ่า นายโกรธอะไร เมื่อกี๊ยังดีๆ อยู่เลย” ถึงจะฉลาด แต่ถ้าเป็นเรื่องแบบนี้บอกได้คำเดียวเลยว่าหวงจื้อเต๋าควายมาก

 

“ไม่ได้โกรธ” โอเซฮุนตอบตัวเอง เค้าไม่ได้โกรธไอ้เพื่อนงี่เง่านี่เสียหน่อย ทำไมต้องไปโกรธคนบ้องตื้นพรรณนั้นด้วย

 

เซฮุนโกรธตัวเอง โกรธที่ยังคงต้องเจ็บปวดด้วยเรื่องเดิมๆ ทั้งที่เป็นเพื่อนกันแท้ๆ เซฮุนไม่น่าก้าวข้ามเส้นนั้นไปเลย ไม่น่าเลยจริงๆ

.

.

.

.

.

.

           

มันเกิดขึ้นเพราะคิมจงอินทำรายงานไม่เสร็จ พ่อเจ้าพระคุณทูนหัวเลยหอบเอารายงานมาทำที่คอนโดของจื้อเต๋า แต่มันไม่ได้มามือเปล่า ดูจากโหงเฮ้งหน้าตาลามกของมันแล้ว มันลากเอาExternal hdd มาด้วย ซึ่งภายในก็บรรจุหนังพรรณนั้นเอาไว้เต็มแน่นเอี้ยด

 

“แม่งหื่นว่ะ” เจ้าของห้องส่งเสียงบ่นงึมงำ

 

“หรือมึงไม่ดู” ไอ้คนบ่นแม่งนั่งหน้าจอสุด แถมยังกุมรีโมทเอาไว้ในมือมั่นอีก โอเซฮุนอยากจะด่า มึงยังจะมีหน้าไปด่าคนอื่นหื่นอีกนะ

 

บุญมีแต่กรรมบัง เริ่มเรื่องไปได้ไม่ไกล นางเอกยังไม่ทันถอดเสื้อตัวแรกออก โทรศัพท์ของคิมจงอินก็แผดเสียงลั่น   คิมยองอุน พี่ชายบังเกิดเกล้าของจงอินโทรตามน้องชายให้รีบกลับไปเฝ้าหมาที่บ้าน ถึงจะอิดออดไปก็ไม่มีประโยชน์สุดท้ายจงอินเลยต้องกลับบ้านก่อนเวลาอันควร(นางเอกยังไม่ทันถอดเสื้อใน)

 

จากนั้นก็เหลือแค่เซฮุนและจื้อเต๋าแค่สองคน เซฮุนมักจะค้างที่ห้องจื้อเต๋าอยู่บ่อยๆ เพราะที่นี่อยู่ใกล้มหาวิทยาลัย วันนี้ก็เช่นกัน แต่คืนนี้ต่างจากวันอื่นๆ ไปนิดหน่อยตรงที่เด็กผู้ชายสองคนกำลังดูหนังต้องห้ามกันโดยลำพัง ไม่นานเซฮุนขอตัวแยกไปก่อนจะใจแตก(?)ไปมากกว่านี้ อีกอย่างเค้าไม่ค่อยอินเรื่องแบบนี้เท่าไหร่ การดูหนังวาบหวิวกับเพื่อนชายที่มีใจไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก

 

“เซฮุน..... มึงหลับแล้วเหรอ?”

 

“อืม”

 

“คนหลับอะไรยังตอบได้” คนตัวขาวยิ้มเพราะโดนรู้ทัน เค้ากระเถิบตัวให้อีกฝ่ายนั่งลงบนเตียง เพราะมาค้างที่นี่บ่อย เตียงของจื้อเต๋าเลยกลายเป็นเตียงของเซฮุนไปโดยปริยาย บางครั้งเจ้าของเตียงก็คลานมาขอนอนด้วย แต่บางครั้งก็นอนที่โซฟาตัวยาวข้างๆ

 

คืนนี้จื้อเต๋าสอดตัวในผ้านวมผืนหน้า แขนทั้งสองข้างกอดเอวบางๆ ของเพื่อนรักไว้จนเซฮุนรู้สึกสงสัยในท่าที  ถึงจื้อเต๋าจะเคยกอดเซฮุนอยู่บ่อยๆ มันชอบบอกว่าเซฮุนให้ความรู้สึกเหมือนน้องชายที่มันอยากจะปกป้อง  เซฮุนที่ไม่มีพี่หรือน้องเลยไม่รู้ว่าพี่น้องปกติเค้ากอดกันรึเปล่า แต่ที่แน่ๆ พี่ชายน้องชายเค้าไม่กอดกันแบบนี้แน่นอน

 

“ตัวมึงร้อนๆ นะ ไม่สบายป่าว”

 

“เซฮุน คืนนี้มึงควรกลับบ้านนะ” จื้อเต๋าบอกอย่างจริงจังขณะที่เซฮุนหัวเราะเบาๆ และก่อนที่จะได้พูดล้อเลียนเพื่อนอย่างเคย ริมฝีปากร้อนของจื้อเต๋าก็ทาบเบียดกลีบปากบอบบางของเพื่อนรัก

 

ทั้งที่เป็นคนไล่อีกฝ่ายกลับบ้านแท้ๆ ทว่าจื้อเต๋ากลับกระชับร่างบอบบางเอาไว้แนบอก เฝ้าเวียนจูบ จูบแล้วจูบเล่าจนริมฝีปากบางแดงเจ่อ เซฮุนแค่ขัดขืนในตอนแรกก่อนจะปล่อยให้อีกฝ่ายมีอิทธิพลเหนือตัวเองไม่ว่าจะร่างกายหรือจิตใจ ฝ่ามือร้อนของเพื่อนตัวสูงลูบไล้ผิวเนียนบางไปทั่ว ผิวของเซฮุนเนียนละเอียดอีกทั้งยังลื่นมือ ได้จับต้องแค่ครั้งเดียวก็อยากจะสัมผัสไปอีกนานๆ

 

“เซฮุน มึงควรจะห้ามกูนะ รู้ใช่มั้ย?” เซฮุนไม่ตอบ รายนั้นกลับยั่วด้วยการซุกใบหน้าเข้ากับแผ่นอกที่มีเสียงหัวใจเต้นรัวจนเกือบจะหนวกหู ถึงอย่างนั้นเซฮุนก็รู้สึกว่ามันเซ็กซี่อยู่ดี

 

“รู้ใช่มั้ยว่ากูไม่ได้ล้อเล่น เซฮุนอา~” เซฮุนยันศอกกับเตียงแล้วแตะจูบกับริมฝีปากเจ้าของห้องเบาๆ และนั่นทำให้ทุกอย่างพังทลาย จื้อเต๋าช้อนเอาร่างบางของอีกฝ่ายขึ้นมาไว้แนบอก กดจูบปากคนช่างยั่วแรงๆ อีกทีแล้วค่อยฝังจมูกกับซอกคอหอม

 

และเรื่องราวหลังจากนั้นมันก็ลึกซึ้งเกินจะบรรยาย

 

 

 

เซฮุนรู้ดีว่ามันเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบของเพื่อนตัวสูงและเค้าเองที่อ่อนแอยอมให้จิตใจมีอำนาจเหนือจิตสำนึก พอทุกอย่างมันเลยเถิดไปแล้วมันยากที่จะเรียกคืนกลับมา จื้อเต๋าตื่นขึ้นในตอนสายของอีกวัน  เซฮุนกำลังแต่งตัวอยู่ เด็กหนุ่มลุกขึ้นจากที่นอนอย่างรวดเร็วและกอดเซฮุนเอาไว้อย่างทนุถนอม

 

“เซฮุนอา~ โกรธรึเปล่า” มันสายเกินไปมั้ยหวงจื้อเต๋า เซฮุนไม่ได้ตอบอะไร แต่ก็ไม่ได้เบี่ยงตัวหลบแขนที่กอดเกี่ยวเค้าไว้จากด้านหลัง

 

“อย่าโกรธเลยนะ มึงน่ารักจะตาย โกรธแล้วเดี๋ยวไม่น่ารัก” มันงับจมูกของคนตัวขาวอย่างหมั่นเขี้ยวก่อนจะเปลี่ยนมาแตะริมฝีปากบางเบาๆ อีกครั้ง เซฮุนไม่ได้ว่าอะไร จะว่าอะไรได้ในเมื่อเค้าเป็นคนยอมให้เรื่องมันเกิดขึ้น

บางทีตัวเค้าเองนั่นแหละที่อยากให้มันเป็นอย่างนี้

 

 

“อย่าคิดมาก ไม่ใช่ความผิดมึงหรอก” เซฮุนตอบอย่างใจดี และคำตอบก็ทำให้จื้อเต๋ามีความสุข

 

“ใจดีจัง มาหอมทีซิมึง” เซฮุนอยากจะท้วงว่ามึงก็หอมอยู่นี่ไง ควาย   แต่ก็สุดจะพูด ปล่อยให้พ่อตัวดีเอาเปรียบอีกยกใหญ่ อย่างที่บอก ที่จริงแล้วโอเซฮุนอาจจะหวังลึกๆ เอาไว้ให้มันเป็นอย่างนี้ก็ได้

 

ทั้งคู่ตกลงกันว่าจะยังคงเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม และเมื่อโอเซฮุนหรือหวงจื้อเต๋าต้องการ เค้าจะร่วมรักกันอย่างไม่มีข้อผูกมัดใดๆ ในเมื่อทั้งคู่ต่างก็เป็นเพื่อนกัน ทั้งยังเป็นผู้ชายเหมือนกันด้วย จึงไม่น่าจะมีอะไรเสียหาย

 

 

 

ส่วนที่เสียหายจริงๆ มันคือจิตใจของเซฮุนตอนนี้ เค้ายอมรับว่ามันเป็นความผิดพลาดที่ปล่อยให้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้น ยิ่งแขนทั้งคู่ของจื้อเต๋ากอดรัดเค้ามากเท่าไหร่ หัวใจก็ยิ่งเจ็บเท่านั้น อยากจะปล่อยให้น้ำตาร้อนๆ ไหลลงแก้มก็กลัวว่าคนที่ขับรถอยู่ข้างๆ จะเห็น อีกอย่างเค้าเป็นผู้ชาย จะร้องไห้ด้วยเรื่องแบบนี้มันดูตุ๊ดเกินไปหน่อย

 

"กูไปก่อนนะ"

"อืม เดี๋ยวตอนเย็นๆ กูมารับนะ ไปดูหนังกัน"

“อยากกินเค้ก”

“ได้เลย  งั้นไปกินเค้กแล้วดูหนังกัน  สัญญา” จื่อเต๋าประทับสัญญาด้วยริมฝีปากตัวเองกับกลีบปากบอบบางของอีกฝ่าย  ถึงฟิลม์กรองแสงจะมืดโอเซฮุนก็นึกกระดากอยู่ดี  เค้าไม่คุ้นกับการที่โดนอีกฝ่ายทำรุ่มร่ามในที่สาธารณะ  

ถึงอย่างนั้นโอเซฮุนก็อดยิ้มเบาๆ ที่มุมปากไม่ได้อยู่ดี...